ปรับขนาดอักษร

13 ตุลาคม พ.ศ.2465

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ควรเรียก พระที่นั่งพิมานรัตยา

          ในคราวพระราชพิธีฉัตรมงคล พุทธศักราช 2465 จะได้มีการออกนามพระที่นั่งพิมานรัถยา ซึ่งพระยาพจนปรีชาว่า น่าจะเป็น รัตตยา สำหรับเวลาค่ำ หรือ รตยา ซึ่งเป็นนามของนาง

          สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระนริศรานุวัดติวงศ์ ได้ทรงสอบค้นนามพระที่นั่ง พบเรื่องสร้างปราสาทใหม่

          ในพงศาวดาร หมอปลัดเล พิมพ์ พ.ศ. 2406 ในฉบับเจ้าพระยา แต่งเมื่อ 2412และในฉบับพระราชหัตถเลขา พิมพ์ 2455มีความอย่างเดียวกันทั้ง 3ฉบับ ว่าดังนี้ ลุศักราช 1151(พ.ศ. 2332) ปีระกา เอกศก วันอาทิตย์ เดือนเจ็ดขึ้นค่ำหนึ่ง (24พฤศภาคม) เวลาบ่ายสามโมงหกบาท ฝนตกอสนีบาตลงต้องน่ามุขเด็จพระที่นั่งอมรินทราภิเษกมหาปราสาท ติดเปนเพลิงขึ้น ไหม้เครื่องบนพระมหาปราสาทกับทั้งหลังคามุขทั้งสี่ทำลายลงสิ้น แล้วเพลิงลามไปติดไหม้พระปรัศซ้ายด้วยอิกหลังหนึ่ง....(กล่าวถึงการดับเพลิง).... แล้วดำรัสสั่งสมุหนายกให้จัดแจงการรื้อปราสาทเก่าเสีย ฐาปนาปราสาทขึ้นใหม่ ย่อมเข้ากว่าองค์ก่อน แลปราสาทก่อนนั้นสูงใหญ่เท่าพระที่นั่งสรรเพ็ชญ์ปราสาทกรุงเก่ามุขน่ามุขหลังนั้นยาวกว่ามุขข้าง แลมุขเบื้องหลังนั้นอยู่ที่ข้างในยาวไปจรดถึงพระปรัศซ้ายขวา กระทำปราสาทองค์ใหม่นี้ยกออกมาตั้งที่ข้างน่าทั้งสิ้น มุขทั้งสี่นั้นก็เสมอกันทั้งสี่ทิศ ใหญ่สูงเอาแต่เท่าพระที่นั่งสุริยามรินทร์กรุงเก่า ยกบุราลีเสียมิได้ใส่เหมือนองค์ก่อน แต่ที่มุมยอดทั้งสี่มุมนั้นยกทวยเสีย ใส่รูปครุธเข้าแทนแล้วให้ฐาปนาพระที่นั่งขึ้นใหม่ที่ข้างใน ต่อมุมหลังเข้าไปอีกหลังหนึ่ง พอเสมอท้ายมุขปราสาทองค์เก่า พระราชทานนามว่าพระที่นั่งวิมานรัตยา แลพระปรัศดาษดีบุกทั้งสิ้นเหมือนอย่างแต่ก่อน ครั้นการพระมหาปราสาทลงรักปิดทองเสร็จแล้ว จึงพระราชทานนามปราสาทองค์ใหม่ชื่อพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

          หนังสือพงศาวดาร 3ฉบับนี้ เขียนชื่อพระวิมานต่างกันทั้ง 3ฉบับ คือฉบับแรกเขียนว่า วิมานรัถยา ฉบับที่ 2เขียนว่า วิมานรัทธยา ฉบับที่ 3เขียนว่า อย่างที่คัดมาข้างต้นนี้ ตรงกับกระแสพระราชดำริห์

          รัถยานั้น มีความหมายว่า ถนน ฤา รถ คงไม่ถูก ไม่กินความกับนามพระที่นั่งนั้นเลย

          รัทธยานั้น ก็ไม่มีศัพท์ที่จะแปลให้ความเข้ากัน

          รัตยานั้น มีความหมายว่า ราตรี ฤาว่าเปนที่รื่นรมย์ก็ได้ ได้ทูลหารือสมเด็จกรมพระนริศร์ ก็รับสั่งว่าได้ตริตรองมาแต่ก่อนแล้วเห็นว่า รัตยาถูกต้องดังกระแสพระราชดำริห์แน่

ที่มา : ร.6 ว 1/34 นามพระที่นั่งในพระราชวัง กรุงเทพ

หมายเหตุ คงเขียนและสะกดตามเอกสารจดหมายเหตุ

 

ผู้เขียน :

watcharaporn

วันที่เผยแพร่ :

วันพฤหัสบดี, 13 ตุลาคม 2559

ผู้ชม :

359