วันพุธที่ ๑ กุมพาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๕
เผยแพร่เมื่อ: 21 ก.ย. 60จำนวนผู้เข้าชม:513

นายพูนทรัพย์ วงศาศุกลปักษ์ เลขานุการศูนย์มานุษยวิทยาชาติพันธ์เวียงเจ็ดลิน แถลงค้นพบที่ตั้งเวียงเจ็ดลิน อยู่บริเวณเชิงดอยสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ทางขึ้นด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเชียงใหม่ ลักษณะทางกายภาพ เป็นที่ราบเชิงเขา มีพื้นที่สูงด้านตะวันตกและลาดเทลงมาทางตะวันออก พื้นที่ด้านตะวันตกสูงกว่าบริเวณอื่นมาก มีคันดินสองชั้น มีคูน้ำอยู่ระหว่างกลาง นอกจากนี้ยังค้นพบแนวกำแพงหินโบราณ ภายในเมืองเก่าเวียงเจ็ดลิน

          วันอาทิตย์ที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ พุทธศักร ๒๕๕๕ นายพูนทรัพย์ วงศาศุกลปักษ์ พร้อมด้วย นางสาวอิศรา กันแตง อาจารย์สาขาวิชาสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ นำคณะสื่อมวลชนจังหวัดเชียงใหม่ ออกสำรวจเวียงเจ็ดลิน บริเวณเชิงดอยสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

          เวียงเจ็ดลินเป็นเมืองร่วมสมัยกับเมืองเชียงใหม่ เป็นเวียงโบราณทรงกลมแบบเรขาคณิตขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๙๕๐ เมตร ตั้งอยู่บริเวณเชิงดอยสุเทพ เมืองเชียงใหม่สร้างโดยพญามังรายในพุทธศักราช ๑๘๓๙ และในสมัยพญาสามฝั่งแกน พุทธศักราช ๑๙๕๔ มีการสถาปนาเวียงเจ็ดลินขึ้นเป็นเวียงที่ประทับพักผ่อน ต่อมาเวียงเจ็ดลินได้ร้างไป ปัจจุบันเป็นที่ ราชพัสดุ แต่ยังคงปรากฎร่องรอยกำแพงและคูน้ำที่ชัดเจน นอกจากนี้ยังค้นพบแผ่นจารึกอักษรรูปลิ่มโบราณบริเวณห้วยน้ำริน ใกล้เจดีย์ร้างเชิงดอยสุเทพ อักษรที่จารึกในแผ่นดินเหนียวสามารถเทียบเคียงได้ดับอักษรรูปลิ่มหลายตระกูลในยุคเมโสโปเตเมีย จากการถอดรหัสแผ่นจารึกพบว่าเป็นตัวเลขลัวะโบราณ ระบุตัวเลข ๙๑๗ และ ๑๘๓๔ นอกจากนี้ยังพบว่าเวียงเจ็ดลินมีความพิเศษเนื่องจากมีตาน้ำเป็นจุดศูนย์กลางของเวียง แต่เวียงโบราณอื่นๆ มีศาสนสถานเป็นจุดศูนย์กลางขณะเดียวกันเวียงเจ็ดลินมีกำแพงล้อมรอบถึง ๔ ชั้น โดยที่ไม่มีประตูหรือทางเข้าออก

          หลังจากนี้ศูนย์มานุษยวิทยาชาติพันธ์เวียงเจ็ดลิน เตรียมนำหลักฐานต่างๆ เกี่ยวกับการค้นพบดังกล่าว เสนอต่อกรมศิลปกร เพื่อให้หน่วยศิลปกรที่ ๘ เชียงใหม่ เข้าตรวจสอบและฟื้นฟูเมืองโบราณแห่งนี้ให้กลับคืนมาเป็นที่รู้จักของคนไทยและนักท่องเที่ยว เช่นเดียวกับเวียงกุมกามและอีกหลายๆแห่งที่มีการขุดค้นพบในประเทศไทยต่อไป

หน่วยงานเจ้าของเรื่อง : ศูนย์มานุษยวิทยา ชาติพันธ์เวียงเจ็ดลิน