Page 117 - จดหมายเหตุงานพระบรมศพ
P. 117
พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ พระปรีชาสามารถ และพระเกียรติคุณ 115
นอกจากพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์แก่ศาสนาต่าง ๆ ดังกล่าวมาแล้ว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา
ภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระบรมราโชวาทแก่ผู้แทนขององค์กรศาสนาต่าง ๆ เพื่อเป็นแนวทาง
ในการอบรมสั่งสอนให้ประชาชนเป็นคนดี ตามหลักการแห่งศาสนาของตน ทรงย�้าเตือนให้ตระหนักว่าความเป็นมิตร
ความปรารถนาดี และความอารีเกื้อกูลกันของศาสนิกชนทุกศาสนาเป็นปัจจัยส�าคัญและเป็นพลังอันศักดิ์สิทธิ์ที่จะท�าให้
เกิดความสันติสุข เสรีภาพ และความเสมอภาคในมวลมนุษย์ทั้งหลาย รวมไปถึงความมั่นคงของชาติไทยด้วย
พุทธศักราช ๒๕๕๔ ประเทศไทยประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ นอกจากความเสียหายทางเศรษฐกิจและบ้านเรือนของ
ประชาชนในจังหวัดต่าง ๆ สองฟากฝั่งแม่น�้านับตั้งแต่ภาคเหนือลงมาจนถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑลแล้ว บรรดา
ศาสนสถานทั้งหลายของชาวพุทธ คริสต์ และอิสลามต่างประสบภัยเกิดความเสียหายใหญ่หลวง ทรงห่วงใยพสกนิกร
แม้จะทรงพระประชวรประทับรักษาพระองค์ ณ โรงพยาบาลศิริราช ก็ทรงติดตามข่าวใกล้ชิด ได้พระราชทานอาหาร
เครื่องใช้จ�าเป็นให้แก่ศาสนสถานต่าง ๆ เมื่อหลังน�้าลดได้พระราชทานพระราชทรัพย์บูรณะซ่อมแซมศาสนสถานของ
ทุกศาสนา โดยผู้แทนพระองค์เชิญไปมอบผ่านมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
ควำมมั่นคง
พระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ด้านการเมือง
การปกครอง และการยุติธรรม นั้น ทรงใช้พระราชอ�านาจของการเป็นพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตยทางรัฐสภา
รัฐบาล และศาลยุติธรรมอันมีความส�าคัญต่อความมั่นคงของประเทศ แม้จะมิได้ทรงบริหารราชการแผ่นดินโดยตรงแต่
ก็ได้มีพระมหากรุณาธิคุณต่อผู้ปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบในส่วนต่าง ๆ ทรงห่วงใยและเตือนสติให้มีความสุขุมรอบคอบ
ร่วมมือกันด�าเนินงานทุกอย่างด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวมคือประชาชนทั่วไป แม้ในยาม
ที่ประเทศตกอยู่ในวิกฤตการณ์ทางการเมือง ก็ได้พระราชทานพระบรมราโชวาทให้ทุกฝ่ายหันกลับมาปรองดองกันโดย
อาศัยการใช้สติปัญญาไตร่ตรอง ดูเหตุผลไม่ให้ผิดไปจากท�านองคลองธรรม อันจะเป็นผลร้ายแก่ทุกฝ่าย ดังความตอน
หนึ่งของพระราชด�ารัส พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทยในโอกาสขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๓๕ ดังนี้
“...บ้านเมืองไทยของเราด�ารงมั่นคงมาช้านาน เพราะคนไทยมีความพร้อมเพรียงกันเข้มแข็ง. ถึงจะมีความ
เปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นบ้างตามกาลตามสมัย ก็เป็นไปตามความปรารถนาของพวกเราเอง ที่จะท�าให้ประเทศชาติ
เจริญก้าวหน้า. การท�านุบ�ารุงบ้านเมืองนั้น เป็นงานส่วนรวมของคนทั้งชาติ จึงเป็นธรรมดาอยู่เอง ที่จะต้องมีความขัดแย้ง
เกิดขึ้นบ้าง จะให้ทุกคนทุกฝ่ายมีความคิดเห็นสอดคล้องต้องกันตลอดทุก ๆ เรื่องไป ย่อมเป็นการผิดวิสัย. เพราะฉะนั้น
แต่ละฝ่าย แต่ละคนจึงควรจะค�านึงถึงจุดประสงค์ร่วมกัน คือความเจริญไพบูลย์ของชาติ เป็นข้อใหญ่. ทุกฝ่ายชอบที่จะ
ท�าใจให้เที่ยงตรงเป็นกลาง ท�าความคิดความเห็นให้กระจ่างแจ่มใส ท�าความเข้าใจอันดีในกันและกันให้เกิดขึ้น แล้วน�า
ความคิดเห็นของกันและกันนั้นมาพิจารณาเทียบเคียงกันโดยหลักวิชา เหตุผล ความชอบธรรม และความเมตตาสามัคคี
ให้เห็นแจ้งจริง. ทุกฝ่ายจะสามารถปรับเปลี่ยนความคิดและวิธีปฏิบัติ ให้สอดคล้องเข้ารูปเข้ารอยกันได้ทุกเรื่อง. ...”
๑. พระมหากรุณาธิคุณแก่ทหาร ต�ารวจ อาสาสมัคร
ในฐานะที่ทรงด�ารงต�าแหน่งจอมทัพไทย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
ทรงสนพระราชหฤทัยในภารกิจและความเป็นอยู่ของทหาร ต�ารวจ ที่ปฏิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศเป็นอย่างยิ่ง โดย
เฉพาะเมื่อประเทศประสบภัยจากผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ มีการสู้รบปะทะกัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน ต�ารวจ ทหาร
และอาสาสมัครบาดเจ็บ และเสียชีวิตจ�านวนมาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
ได้เสด็จพระราชด�าเนินไปทรงเยี่ยมทหารหาญ เจ้าหน้าที่ ณ ยุทธภูมิอันทุรกันดารบ่อยครั้ง โดยมิทรงหวั่นภยันตราย ทรง
พระราชนิพนธ์เพลง “เราสู้” เพื่อตั้งมั่นในการท�าความดีเพื่อชาติบ้านเมือง พระราชทานอุปกรณ์เครื่องใช้ที่จ�าเป็นในการ
115

