Page 124 - จดหมายเหตุงานพระบรมศพ
P. 124

122            จดหมายเหตุงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
                       มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร




                    พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงตระหนักว่านิสิตนักศึกษาในระดับ
            มหาวิทยาลัยจะต้องใช้ความวิริยอุตสาหะอย่างยิ่งในการเรียนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเพื่อให้ประสบความส�าเร็จ
            ตามก�าหนดเวลา ดังนั้น จึงทรงพระกรุณาเสด็จพระราชด�าเนินไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตผู้ส�าเร็จการศึกษา
            ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่อเป็นก�าลังใจและเป็นเกียรติแก่บัณฑิต ซึ่งแต่ละปี มีบัณฑิตจบการศึกษาจ�านวนมาก

            นับเป็นพระราชภาระหนักในรัชกาลเช่นกัน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร
            (พระราชอิสริยยศในขณะนั้น) สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ
            เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้ทรงแบ่งเบาพระราชภาระเสด็จพระราชด�าเนินแทนพระองค์ไปทรงปฏิบัติ
            พระราชกรณียกิจนี้ในช่วงปลายรัชกาล
























                     พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้ส�าเร็จการศึกษา        พระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้ที่ส�าเร็จการศึกษา
                   จากสถาบันเทคโนโลยีเกษตรแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่   จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพมหานคร
                        ประจ�าปีการศึกษา ๒๕๒๑ - ๒๕๒๒                    เมื่อเดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๓๗
                  เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ ๗ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๒๓


                   ๔. กิจการลูกเสือและลูกเสือชาวบ้าน

                   พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงสนับสนุนกิจการลูกเสือ ด้วยทรงตระหนัก
            ว่ากิจการลูกเสือมีประโยชน์ในการพัฒนาทั้งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ศีลธรรมจรรยา ระเบียบวินัย และสังคม

            ของเยาวชนของชาติ ช่วยให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีระเบียบวินัย มีความซื่อสัตย์สุจริต และมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม
            ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้บังคับบัญชาลูกเสือเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเพื่อรับพระราชทาน
            เหรียญลูกเสือสดุดีเป็นประจ�าทุกปี พร้อมกับพระราชทานพระบรมราโชวาทและก�าลังใจ ทั้งยังเสด็จพระราชด�าเนินไป
            ร่วมพิธีการหรือกิจกรรมต่าง ๆ ของลูกเสือด้วย ดังพระราชด�ารัสที่พระราชทานแก่ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ในโอกาสเข้าเฝ้า ฯ

            และรับพระราชทานเหรียญลูกเสือสดุดี ณ ศาลาดุสิดาลัย วันจันทร์ ที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๒๘ มีความตอนหนึ่งแสดง
            ความส�าคัญของลูกเสือว่า

                   “...การลูกเสือเป็นปัจจัยส่วนส�าคัญยิ่งในการสร้างความเจริญมั่นคงของบ้านเมือง.  ที่กล่าวเช่นนี้ก็เพราะได้
            มองเห็นว่า การฝึกหัดอบรมอย่างถูกต้องครบถ้วนตามแบบแผนและวิธีการของลูกเสือ เป็นการฝึกอบรมที่มีประสิทธิภาพ
            ในการปรับปรุงส่งเสริมบุคคล ไม่ว่าผู้ใหญ่หรือเด็ก ให้มีคุณสมบัติในตัวเองสูงขึ้นได้อย่างแท้จริง เช่นให้มีความเข้มแข็ง

            อดทน ขยันหมั่นเพียร เอื้อเฟื้อเสียสละ มีความสุจริตซื่อตรง มีความตื่นตัว ประกอบด้วยเชาว์ไว ไหวพริบ รู้จักใช้ความรู้
            ความคิดอย่างฉลาด และมีวินัยที่ดีประจ�าตัว ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเกื้อกูลให้สามารถพึ่งตนเอง  และสามารถสร้างสรรค์
            ประโยชน์ต่าง ๆ ให้แก่ประเทศชาติโดยส่วนรวมได้. ...”








                                                            122
   119   120   121   122   123   124   125   126   127   128   129