Page 239 - จดหมายเหตุงานพระบรมศพ
P. 239
การทรงพระประชวร การสวรรคต และการประดิษฐานพระบรมศพ 237
การประดิษฐานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
พระบรมโกศ
ภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท มุขด้านทิศตะวันตกเป็นที่ประดิษฐานพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระปรมินทร
มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ภายใต้พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร พระบรมโกศที่ตั้งประกอบพระราชอิสริยยศนั้น คือ
พระโกศทองใหญ่รัชกาลที่ ๕ ซึ่งประดับดอกไม้เพชร เต็มตามพระบรมราชอิสริยยศตามโบราณขัตติยราชประเพณี คือ ประดับ
ดอกไม้เพชรพุ่มข้าวบิณฑ์ที่ยอดพระโกศ ที่ชั้นกระจังฝาพระโกศประดับดอกไม้เพชร เรียกว่า ดอกไม้ไหว ปากพระโกศโดยรอบ
ประดับเฟื่องเพชร มีพู่เงินห้อยเป็นระยะทุกมุม และที่เอวพระโกศประดับดอกไม้เพชรโดยรอบ เรียกว่า ดอกไม้เอว
พระโกศทองใหญ่องค์นี้มีลักษณะเป็นพระโกศทรงแปดเหลี่ยม ปากผาย มียอดทรงมงกุฎ ท�าด้วยไม้จ�าหลักลาย
หุ้มทองค�าทั้งองค์ ที่เอวพระโกศด้านหน้าติดพระภูษาโยง ทอดลงมายังพระแท่นทองทราย มีรูปหน้ากาลคายพระภูษาโยง
ผ่านแว่นแก้วที่มีเทวดาเชิญรับไว้ชั้นหนึ่งแล้วทอดมาถึงพานพระมหากฐินบนเสาบัวกลุ่มซึ่งตั้งอยู่เบื้องหน้า พระภูษาโยง
บนพานพระมหากฐินนั้นพับทบไว้ เมื่อมีการสดับปกรณ์พระบรมศพ เจ้าพนักงานภูษามาลาจะคลี่พระภูษาโยงออกไป
จนถึงอาสน์สงฆ์ โดยใช้เสาบัวจงกลตั้งรับเป็นระยะ ๆ เพื่อสอดเชื่อมกับพระภูษาโยงอีกส�ารับหนึ่งซึ่งทอดไว้บนพาน
พระมหากฐินที่ต้นอาสน์สงฆ์ พระภูษาโยงส�ารับหลังนี้ใช้ลาดไปตามแนวยาวของอาสน์สงฆ์โดยมีผ้าขาวรองอยู่ชั้นหนึ่งก่อน
พระบรมโกศประดิษฐานเหนือพระแท่นสุวรรณเบญจดล สลักลายดุน ประดับรัตนชาติสีขาว ชั้นพระแท่นสุวรรณ
เบญจดลตกแต่งด้วยพุ่มแก้ว พุ่มตาดทอง เทียนไฟฟ้า และแจกันปักดอกไม้โลหะสีทอง ที่มุมพระแท่นสุวรรณเบญจดล
ทุกชั้นปักสุวรรณฉัตรและสุวรรณฉัตรคันดาล (คันฉัตรที่มีรูปเป็นมุมฉาก ๒ ทบ) พระแท่นสุวรรณเบญจดลที่ประดิษฐาน
พระบรมโกศนั้นตั้งอยู่บนพระแท่นทองทรายอีกทีหนึ่ง ตั้งพุ่มตาดทองในคูหาโดยรอบพระแท่นทองทราย บนพระแท่น
ทองทรายเบื้องหน้าติดพนักราชวัติ ปักแผ่นโลหะฉลุรูปพุ่มข้าวบิณฑ์เป็นระยะ เบื้องกลางมีรูปหน้ากาลคายพระภูษาโยง
ตามแบบเมื่อครั้งประดิษฐานพระบรมศพสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี ในรัชกาลที่ ๖ และ
รัชกาลที่ ๗ พระแท่นทองทรายทั้ง ๔ ด้าน มีรูปนรสิงห์ในท่าแบกประดับในช่องล่องถุน ด้านละ ๓ ช่อง ช่องละ ๑ รูป
โดยมีรูปนรสิงห์ขนาดใหญ่อยู่ในช่องกลาง ขนาบด้วยรูปนรสิงห์ขนาดย่อมที่ด้านซ้ายและขวา รวมมีรูปนรสิงห์ขนาดใหญ่
๔ รูป และขนาดย่อม ๘ รูป
รอบพระแท่นทองทราย แวดล้อมด้วยพระอภิรุมชุมสายหักทองขวาง (หักทองขวางหมายถึงการปักเส้นทอง
หักเส้นไปตามขวางลวดลายบนผืนผ้า) ประกอบด้วยฉัตรชุมสาย ๓ ชั้น ฉัตร ๕ ชั้น ฉัตร ๗ ชั้น และบังแทรก ตามพระบรม
ราชอิสริยยศพระมหากษัตริย์ ข้างพระแท่นทองทรายตั้งมณฑปเพลิง เป็นบุษบกบรรจุเทียนไฟฟ้าทั้งซ้ายและขวา เบื้องหลัง
พระแท่นทองทราย ตั้งพระแท่นประดิษฐานพระหีบพระบรมศพ ทอดพระสุพรรณภาชน์บรรจุเครื่องสังเวยพระบรมศพ
เบื้องหน้า เบื้องซ้าย และเบื้องขวาของพระแท่นทองทราย มีรูปเทวดาเชิญแว่นแก้ว จ�านวน ๓ องค์ ประกอบ
การประดิษฐานพระบรมศพ อันหมายถึงภพภูมิทั้งสามที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถ
บพิตร จะเสด็จล่วงผ่าน คือ ภพสวรรค์ ภพมนุษย์ และภพบาดาล แว่นแก้วที่เทวดาเชิญอยู่นั้นท�าด้วยโลหะเงินสลักดุน
ประดับด้วยแก้วและอัญมณี เนื่องจากต้องส่องประกายเงาวาวดุจแก้ว จึงใช้โลหะเงินมิใช่โลหะทอง
การประดิษฐานพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตามแบบอย่างธรรมเนียมปฏิบัติ เริ่มจากการวัดระยะ
ทิ้งสายดิ่งลงมาจากเพดานตรงกลางหมู่ดาวเพดานสลักลายกลีบบัว หมู่กลางห้องที่สองของมุขตะวันตกลงมาถึงพื้น
แล้วจึงลาดพรมแดงเต็มพื้นที่มุขตะวันตกทั้งหมด จากนั้น เชิญพระแท่นทองทรายชั้นแรกทอดเหนือพื้น โดยให้
จุดศูนย์กลางของพระแท่นตรงกับสายดิ่ง แล้วเชิญพระแท่นทองทรายชั้นที่ ๒ ทอดเหนือชั้นแรกโดยปฏิบัติเช่นเดียวกับ
ชั้นแรก ล�าดับต่อไปจึงเชิญพระแท่นสุวรรณเบญจดลทอดเหนือพระแท่นทองทรายอีก ๓ ชั้น โดยให้จุดศูนย์กลางของ
237

