Page 94 - จดหมายเหตุงานพระบรมศพ
P. 94
92 จดหมายเหตุงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
๒๘. สาธารณรัฐออสเตรีย ระหว่างวันพฤหัสบดี ที่ ๒๙ กันยายน ถึงวันอาทิตย์ ที่ ๒ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๐๙
(ครั้งที่ ๒)
๒๙. สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ระหว่างวันอาทิตย์ ที่ ๒๓ ถึงวันอาทิตย์ ที่ ๓๐ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๑๐
๓๐. สหรัฐอเมริกา (ครั้งที่ ๒) ระหว่างวันอังคาร ที่ ๖ ถึงวันอังคาร ที่ ๒๐ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๑๐
๓๑. แคนาดา ระหว่างวันพุธ ที่ ๒๑ ถึงวันเสาร์ ที่ ๒๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๑๐
ทุกประเทศต้อนรับพระราชอาคันตุกะทั้งสองพระองค์ด้วยความอบอุ่นเป็นมิตรไมตรีอย่างยิ่ง ได้ถวาย
พระเกียรติตามขนบธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมาหลายร้อยปี และยังคงปฏิบัติสืบมาถึงปัจจุบัน ณ เวลานั้น พระบาทสมเด็จ
พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มีพระชนมพรรษาเพียง ๓๒ - ๓๓ พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ ยิ่งทรงพระเยาว์กว่านัก หากทรงได้รับความเคารพนับถือจากใจของพระประมุขและประมุข
หลายประเทศ ตลอดจนบุคคลส�าคัญหลายสาขาที่สูงด้วยวัยวุฒิและคุณวุฒิทางหน้าที่การงาน ท่านเหล่านั้นต่างชื่นชม
พระราชจริยาวัตร ไหวพริบปฏิภาณในการแก้ปัญหาแต่ละสถานการณ์ที่แตกต่างกันด้วยพระราชหฤทัยสงบผ่องใส
เข้มแข็ง อดทนทั้งกายและใจ เป็นความสง่างามของประเทศไทยยิ่งนัก สองข้างทางที่เสด็จพระราชด�าเนินมีประชาชน
ของแต่ละประเทศมาเฝ้ารอรับเสด็จอย่างเนืองแน่น ที่ประเทศออสเตรียเมืองแห่งดนตรีโลก มีการน�าเพลงพระราชนิพนธ์
มาบรรเลง ณ คอนเสิร์ตฮอลล์ กรุงเวียนนา ที่ผู้ฟังต่างชื่นชมขอให้แสดงซ�้า ประธานสถาบันดนตรีและศิลปะแห่ง
กรุงเวียนนาได้กราบบังคมทูลเชิญทรงเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ หมายเลข ๒๓ ของสถาบันดนตรีและศิลปะแห่งกรุงเวียนนา
นอกจากนี้ยังได้พระราชทานสัมภาษณ์แก่นักข่าว ด้วยพระปรีชาสามารถรอบรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม
ขนบธรรมเนียมของประเทศต่าง ๆ ความรู้เท่าทันเหตุการณ์และศิลปวิทยาอันกว้างไกล รวมถึงพระปรีชาสามารถด้านภาษา
สามารถพระราชทานพระราชด�ารัสได้ทั้งภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมัน มีพระวิจารณญาณอันสุขุมรอบคอบในการ
แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า พร้อมด้วยพระราชจริยวัตรและพระราชอัธยาศัยอันงามเป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชนในนานา
ประเทศ ท�าให้ทรงได้รับการยกย่องเฉลิมพระเกียรติอย่างสูงส่ง และทรงเผยแพร่เกียรติคุณของประเทศไทยให้นานาชาติ
ได้รู้จักและเข้าใจ เป็นการเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศที่ประสบผลส�าเร็จอย่างสูง
นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จพระราชด�าเนินไปทรง
เยือนต่างประเทศเมื่อพุทธศักราช ๒๕๑๐ แล้ว ได้ทรงมุ่งมั่นอยู่กับการพัฒนาประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของ
ชาวไทย ไม่มีพระราชประสงค์จะเสด็จพระราชด�าเนินไปเยือนต่างประเทศอีก หากทรงพระกรุณาโปรดเกล้า
โปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ
สยามมกุฎราชกุมาร (พระราชอิสริยยศในขณะนั้น) สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จ
พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จพระราชด�าเนินไปทรงเยือนต่างประเทศเพื่อทรงปฏิบัติ
พระราชภารกิจแทนพระองค์ตลอดมา
หลังจากที่มิได้เสด็จพระราชด�าเนินเยือนต่างประเทศอีกเลยเป็นเวลา ๒๗ ปี ตราบกระทั่ง พุทธศักราช
๒๕๓๗ จึงได้เสด็จพระราชด�าเนินเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อทรงประกอบพิธีเปิดสะพานมิตรภาพ
ไทย - ลาว ข้ามแม่น�้าโขงที่จังหวัดหนองคาย เมื่อวันศุกร์ ที่ ๘ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๓๗ ได้เสด็จพระราชด�าเนิน
เยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการเป็นเวลา ๒ วัน เพื่อทอดพระเนตรความก้าวหน้า
ของการจัดตั้งศูนย์บริการด้านการเกษตร ตามที่นายไกสอน พมวิหาร ประธานประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตย
ประชาชนลาวได้ขอพระราชทานความช่วยเหลือให้จัดตั้งขึ้น ณ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเมื่อ
พุทธศักราช ๒๕๓๕ และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้คณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการ
อันเนื่องมาจากพระราชด�าริ (กปร.) ด�าเนินการ โดยพระราชทานเงินของมูลนิธิชัยพัฒนา ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท เป็นทุน
92

