Page 110 - จดหมายเหตุงานพระบรมศพ
P. 110

108            จดหมายเหตุงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
                       มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร




                    ชุมชนอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นสถานที่รักษาเอกลักษณ์การตั้งถิ่นฐานชุมชนริมน�้าในอดีต ประชาชน
            ตั้งบ้านเรือนริมคลองครอบคลุมพื้นที่ต�าบลอัมพวา และบางส่วนของต�าบลบ้านปรก อ�าเภอเมืองสมุทรสงคราม ประกอบ
            อาชีพเกษตรกรรม ท�าสวนผลไม้เป็นหลัก โดยเฉพาะ มะพร้าว ลิ้นจี่ ส้มโอ บ้านเรือนส่วนใหญ่เป็นเรือนไม้โบราณ ประกอบด้วย
            บ้านเรือนแถวริมน�้าเป็นแหล่งการค้า บ้านเรือนไทยโบราณ บ้านเรือนไทยพื้นบ้าน บ้านเรือนแพ และบ้านไทยร่วมสมัย

            วิถีชีวิตชุมชนอัมพวาเป็นเอกลักษณ์วิถีแบบไทยที่เรียบง่าย สมดุลด้วยรากฐานที่มั่นคง ทั้งทางสังคมวัฒนธรรม และ
            เศรษฐกิจ ระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมมีเอกลักษณ์เฉพาะ ได้ชื่อว่า “เมืองสามน�้า” มีแม่น�้าแม่กลอง คลองสายต่าง ๆ และ
            คลองอัมพวา ปกติจะมีน�้าเป็นน�้าจืด ในช่วง ๓ - ๔ ชั่วโมงแรกที่น�้าทะเลหนุนจะกลายเป็นน�้ากร่อยหรือน�้าลักจืดลักเค็ม
            และในช่วง ๕ - ๖ ชั่วโมง น�้าเค็มจะเข้ามาแทนที่ทั้งหมด สภาพสามน�้าในคลองเดียวกันดังกล่าว ส่งผลให้เกิดความ

            หลากหลายทางชีวภาพในระบบนิเวศตามธรรมชาติของชุมชนอัมพวา ด้วยสภาพทางสังคมและภูมิศาสตร์ชุมชนอัมพวา
            จึงเหมาะแก่การเป็นต้นแบบของหมู่บ้านอุตสาหกรรมเศรษฐกิจพอเพียง ด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมที่
            สมบูรณ์แบบแห่งหนึ่งของประเทศไทย


            กำรศำสนำ

                    พระมหากษัตริย์ไทยทรงเป็นพุทธมามกะและอัครศาสนูปถัมภกมาแต่โบราณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร

            มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงยึดมั่นในคุณธรรม ทรงด�ารงพระองค์อยู่ในทศพิธราชธรรม จักรวรรดิวัตร
            ราชสังคหวัตถุ และธรรมอื่น ๆ ในพระพุทธศาสนา พระบรมราโชวาทและกระแสพระราชด�ารัสพระราชทานแก่บุคคลและ
            คณะบุคคลในโอกาสต่าง ๆ จะเกี่ยวกับคุณธรรมเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจเสมอ เช่น คุณธรรม ๔ ประการ ที่พระราชทาน

            ในพระราชพิธีบวงสรวงสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า ณ ท้องสนามหลวง เมื่อวันจันทร์ ที่ ๕ เมษายน พุทธศักราช
            ๒๕๒๕ ความว่า
                    “...คุณธรรมที่ทุกคนควรจะศึกษาและน้อมน�ามาปฏิบัติ มีอยู่สี่ประการ.  ประการแรกคือการรักษาความสัจ
            ความจริงใจต่อตัวเอง ที่จะประพฤติปฏิบัติแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์และเป็นธรรม.    ประการที่สอง คือการรู้จักข่มใจตนเอง

             ฝึกใจตนเองให้ประพฤติปฏิบัติอยู่ในความสัจความดีนั้น.     ประการที่สาม คือการอดทน อดกลั้น และอดออม ที่จะไม่ประพฤติ
            ล่วงความสัจสุจริต ไม่ว่าจะด้วยเหตุประการใด.  ประการที่สี่ คือการรู้จักละวางความชั่ว ความทุจริต และรู้จักสละ
            ประโยชน์ส่วนน้อยของตนเพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ของบ้านเมือง.   คุณธรรมสี่ประการนี้ ถ้าแต่ละคนพยายามปลูกฝังและ
            บ�ารุงให้เจริญงอกงามขึ้นโดยทั่วกันแล้ว จะช่วยให้ประเทศชาติบังเกิดความสุข ความร่มเย็น และมีโอกาสที่จะปรับปรุง

            พัฒนาให้มั่นคงก้าวหน้าต่อไปได้ดังประสงค์. ...”
                    แม้จะทรงเป็นพุทธมามกะที่เคร่งครัด ก็ได้พระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์แก่ศาสนาอื่น ๆ ในประเทศไทย ได้แก่
            พราหมณ์ - ฮินดู อิสลาม คริสต์ และซิกซ์อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม มีพระราชด�ารัสเนื่องในวาระวันเฉลิมพระชนมพรรษา

            ณ ศาลาผกาภิรมย์ พระต�าหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิตว่า “ในเมืองไทยนี้ ใครจะถือปฏิบัติตามศาสนาใดก็ได้
            ทั้งนั้น เคยชี้แจงอยู่เสมอว่าเมืองไทยนี้ที่อยู่ได้ก็เพราะไม่มีการกีดกันว่าคนโน้นศาสนาโน้นคนนี้ศาสนานี้ แต่ว่าเป็นที่
            ทราบกันดีว่าทุกคนปฏิบัติศาสนกิจของตน ๆ ด้วยความมุ่งดีหวังดี ตั้งใจที่จะให้เกิดประโยชน์ตนและประโยชน์ส่วนรวม
            ศาสนาทุกศาสนาจึงใช้ได้ทั้งนั้น ขอแต่เพียงอย่าให้เบียดเบียนซึ่งกันและกัน”


                    ๑. พระพุทธศาสนา
                    พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มีกระแสพระราชด�ารัสเกี่ยวกับพระพุทธ

            ศาสนาว่า
                    “พระพุทธศาสนาแสดงความจริงของชีวิต แสดงทางปฏิบัติที่จะให้บรรลุความสุขสูงสุดของชีวิต มีวิธีการสั่งสอน
            ที่ยึดหลักเหตุและผล ว่าทุกสิ่งเกิดจากเหตุ ผู้ใดประกอบเหตุอย่างไรเพียงใดก็ได้ผลอย่างนั้นเพียงนั้น หากจะถามว่า








                                                            108
   105   106   107   108   109   110   111   112   113   114   115