Page 305 - จดหมายเหตุงานพระบรมศพ
P. 305

พระราชพิธีทรงบำาเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ  303





            ในการทรงบ�าเพ็ญพระราชกุศล น้อมถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐได้เสด็จสวรรคต
            สู่สวรรคาลัยแล้ว เวียนมาบรรจบครบปัณรสมวาร ๑๕ วัน ด้วยพระราชหฤทัยที่เปี่ยมล้นด้วยพระกตัญญูกตเวทิตาธรรม ตามนัยแห่งกุศล
            วิธีที่บัณฑิตในพระพุทธศาสนา ได้ยึดถือปฏิบัติสืบต่อเป็นล�าดับมา
                    พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐพระองค์นั้น พระองค์ทรงสมบูรณ์ด้วยพระคุณ
            สมบัติที่น่ามหัศจรรย์เป็นอเนกประการ ทรงมีพระปรีชาสามารถ มีพระปัญญาที่แหลมคม ทรงเป็นครุฐานียบุรุษรัตน์ ทรงเป็นปูชนียบุคคล
            ที่เคารพสักการะกราบไหว้บูชาอย่างยิ่งของพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และพสกนิกรชาวสยามถ้วนหน้า พระองค์เสด็จพระราชสมภพ
            เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๗๐ ณ โรงพยาบาลเมาท์ออเบิร์น รัฐแมสซาซูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติ
            เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๔๘๙ และในวันที่ ๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม
            ให้ตั้งพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเถลิงถวัลยราชสมบัติตามแบบอย่างโบราณราชประเพณีขึ้น ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระบรมมหาราชวัง
            เฉลิมพระปรมาภิไธยตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี
            จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร และได้พระราชทานพระปฐมบรมราชโองการว่า เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม
            เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม
                    เมื่อได้ทรงพระบรมราชาภิเษกขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติแล้ว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศสถาปนาเฉลิมพระเกียรติ
            ยศ สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ ขึ้นเป็นสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ต่อมาในปี ๒๔๙๙ พระองค์ได้ทรงผนวชในพระพุทธศาสนา
            ตามโบราณราชประเพณี ระหว่างวันที่ ๒๒ ตุลาคม ถึงวันที่ ๕ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๙๙ ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม
            ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ วัดบวรนิเวศวิหาร ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ ทรงได้รับพระนาม
            ฉายาว่า ภูมิพโลภิกขุ แล้วเสด็จไปประทับจ�าพรรษา ณ ต�าหนักปั้นหย่า วัดบวรนิเวศวิหาร ในระหว่างที่ทรงผนวชอยู่นั้นได้ทรงพระกรุณา
            โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี เป็นผู้ส�าเร็จราชการแทนพระองค์ ครั้นถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม
            พุทธศักราช ๒๔๙๙ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศเฉลิมพระนามาภิไธยเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

                    ตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์ ๗๐ ปีนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ พระองค์ทรงด�ารงมั่น
            อยู่ในพระปฐมบรมราชโองการและทศพิธราชธรรม ๑๐ ประการ พระองค์จึงได้ทรงบ�าเพ็ญพระราชกรณียกิจตามโครงการอันเนื่องมาจาก
            พระราชด�าริมากกว่า ๔,๐๐๐ โครงการ และทุก ๆ โครงการเหล่านั้นก็ทรงบ�าเพ็ญด้วยพระวิริยอุตสาหะอย่างแท้จริง เพื่อทรงช่วยขจัด
            ความทุกข์ยากและช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของพสกนิกร ซึ่งเปรียบเสมือนลูกหลานของพระองค์ให้ดีขึ้น ให้อยู่ดีกินดี ด�ารงชีวิตอยู่
            อย่างพอเพียง และเพื่อพัฒนาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองทุก ๆ ด้าน โดยมิได้ทรงค�านึงถึงประโยชน์สุขส่วนพระองค์เลยแม้แต่น้อย ทั้งนี้
            ก็เพราะพระองค์นั้นทรงเป็นพ่อของชาติ ทรงเป็นจอมปราชญ์ของแผ่นดิน และทรงเป็นอัครศิลปินที่เหนือกว่าบรรยาย และพระองค์ทรง
            เป็นจอมราชันผู้ยิ่งใหญ่แห่งวารี ด้วยเหตุนี้ พระราชกรณียกิจที่ทรงบ�าเพ็ญเหล่านั้นจึงเป็นที่ซาบซึ้งตรึงใจสถิตอยู่เหนือเกล้าเหนือกระหม่อม
            ของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่าไปชั่วนิรันดร์
                    เหตุที่โครงการต่าง ๆ ของพระองค์ท่านได้แพร่หลายครอบคลุมทั่วประเทศได้เช่นนี้ ก็เพราะทรงมีพระอัจฉริยภาพที่มหัศจรรย์
            มีพระปัญญาแหลมคม ทรงเชี่ยวชาญในการด�าเนินโครงการต่าง ๆ โดยพระองค์ทรงแนะน�าให้ประชาชนได้คิด ทรงสาธิตให้ประชาชนได้ดู
            ทรงเป็นยอดกตัญญูแบบอย่างให้ประชาชนได้เห็น ทรงเป็นประดุจร่มโพธิ์ร่มไทรให้ความร่มเย็นทุกถ้วนหน้า และเพราะทรงมีศาสตราวุธ
            ประจ�าพระวรกายที่มีแสนยานุภาพยิ่งกว่าระเบิดอย่างอื่น อันศาสตราวุธแสนยานุภาพของพระองค์นั้น ก็คือ ๑. กล้องถ่ายภาพที่ต้องคล้องไว้
            บนพระศอ ๒. แผนที่ประเทศไทยอย่างละเอียดทุกตารางนิ้ว ที่หนีบติดพระวรกายไว้ตลอด  ๓. สมุดและดินสอส�าหรับจดบันทึกสิ่งที่ทรง
            พระราชประสงค์ รวมเป็นแสนยานุภาพที่แสนจะร่มเย็น ๓ ประการ เป็นสิ่งส�าคัญที่จะอยู่ติดกับพระวรกายของพระองค์ท่าน ปรากฏตาม
            สื่อมวลชนจนเป็นที่คุ้นตาของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ในเมื่อเสด็จออกเยี่ยมเยือนประชาชนทุก ๆ ครั้ง ที่ว่ามีแสนยานุภาพมากกว่า
            ระเบิดต่าง ๆ นั้น ก็เพราะว่าระเบิดต่าง ๆ นั้นมีแต่จะล้างผลาญท�าลายน�าทุกข์โศกมาให้อย่างใหญ่หลวง และไม่สามารถจะอยู่เหนือจิตใจ
            ของประชาชนได้ แต่แสนยานุภาพทั้ง ๓ อย่างของพระองค์นั้น สร้างแต่สวรรค์ให้ความสุขให้ความร่มเย็นทุกหย่อมหญ้า และตั้งอยู่ใน
            หัวใจของประชาชน และของทั้ง ๓ สิ่งนั้นเป็นของพระองค์ไม่มีการปิดบัง มีแต่จะเปิดเผยไปทั่วโลก และด้วยอิทธิฤทธิ์ของแสนยานุภาพ
            ที่ร่มเย็นนั่นเอง จึงเป็นเหตุให้พระองค์ได้นิรมิตพระราชกรณียกิจต่าง ๆ ให้ส�าเร็จแพร่หลายได้ตามพระราชประสงค์ ชื่อว่าพระองค์ทรง
            พระราชด�าริในสิ่งที่ท�าได้ยากที่สุดในโลก คือทรงด�าริท�าโครงการฝนหลวง เพราะเป็นโครงการที่ต้องเอาชนะธรรมชาติ มีพระองค์ท่าน
            เพียงพระองค์เดียวเท่านั้นที่สามารถเอาชนะธรรมชาติ ชื่อว่าทรงให้ในสิ่งที่ให้ได้ยากยิ่ง คือพระราชทานน�้าพระราชหฤทัยที่เปี่ยมล้นด้วย
            พระเมตตาพระมหากรุณาธิคุณ เป็นน�้าใจที่ทรงมุ่งให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่าอยู่เย็นเป็นสุข ชื่อว่าทรงท�าในสิ่งที่ท�าได้ยากยิ่ง คือได้ทรงบ�าเพ็ญ
            พระราชกรณียกิจตามโครงการมากกว่า ๔,๐๐๐ โครงการ เพื่อบ�าบัดทุกข์บ�ารุงสุขแก่พสกนิกรโดยแท้ ชื่อว่าได้ทนในสิ่งที่ทนได้ยากยิ่ง
   300   301   302   303   304   305   306   307   308   309   310