Page 306 - จดหมายเหตุงานพระบรมศพ
P. 306
304 จดหมายเหตุงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
คือทรงมีพระขันติธรรมสูงส่ง เพราะต้องทรงอดทนตรากตร�าความทุกข์ยากล�าบากทางพระราชหฤทัยและพระวรกายอย่างใหญ่หลวง เพื่อให้
โครงการทุกโครงการส�าเร็จตามพระราชประสงค์ ชื่อว่าทรงชนะสิ่งที่ชนะได้ยากยิ่ง คือทรงชนะใจปวงชนทุกหมู่เหล่า สถิตเป็นปูชนียบุคคล
เป็นที่เทิดทูนบูชาสักการะของพสกนิกรชาวไทยเป็นล้นพ้น และชื่อว่าทรงสละในสิ่งที่สละได้ยากยิ่ง คือทรงเสียสละความสุขส่วนพระองค์
เพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของพสกนิกรและเพื่อประเทศชาติเป็นประการส�าคัญ นี่แหละเป็นมูลเหตุอันส�าคัญยิ่งให้นานาอารยประเทศต่าง
ยกย่องเชิดชูพระเกียรติศักดิ์พระเกียรติคุณโดยทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาบัตร ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ และรางวัลดีเด่นของโลก
เป็นที่ประจักษ์ นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของพสกนิกรชาวไทยเป็นล้นพ้นทั่วประเทศ
ทั้งนี้ เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ในพระบรมโกศพระองค์นั้น พระองค์ทรงยึดมั่นและ
ทรงบ�าเพ็ญพระราชกรณียกิจตามทศพิธราชธรรม และสังคหวัตถุธรรม ๔ ประการ อันเป็นหลักธรรมค�าสอนในพระศาสนาโดยสมบูรณ์
ครบถ้วนทุกประการ เป็นคุณธรรมที่ช่วยเพิ่มพูนปรองดองประสานสามัคคีให้ประชาชนในชาติได้ร่วมใจกันบ�าเพ็ญสรรพกิจน้อยใหญ่ส�าเร็จ
ดังพระราชประสงค์ สมตามพระพุทธนิพนธ์ภาษิตที่ยกขึ้นไว้เป็นนิกเขปบท แห่งเทศนานี้ว่า ทานญฺจ เปยฺยวชฺชญฺจ อตฺถจริยา จ ยา อิธ
เป็นอาทิ แปลความว่า อุบายเครื่องยึดเหนี่ยวน�้าใจหมู่ชนให้เกิดความสามัคคีปรองดอง ๔ ประการ คือ ทาน การให้หรือการเสียสละ ๑
เปยยวัชชะ วจีไพเราะ ๑ อัตถจริยา การบ�าเพ็ญประโยชน์ ๑ สมานตตา การประพฤติปฏิบัติเหมาะสม ๑
ทาน ประการที่ ๑ นั้นได้แก่การให้หรือการเสียสละสิ่งของหรือความสุขส่วนตน เพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่น การให้หรือการเสีย
สละนี้จัดเป็นคุณธรรมที่ส�าคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นหลักพึ่งพิงของสังคมทั่วโลก ที่จะต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ตั้งแต่เกิดมาจนกระทั่ง
ถึงตายไป ดั่งบุตรธิดาที่เจริญเติบโตได้เพราะการเสียสละความสุขของพ่อแม่ บ้านเมืองที่เจริญรุ่งเรืองได้ก็เพราะร่วมใจกันเสียสละภาษี
ของประชาชน และที่ส�าคัญที่ทุก ๆ คนควรใส่ใจเป็นพิเศษก็คือประเทศชาติของเราที่ยังเป็นเอกราชอยู่ได้ ก็เพราะการเสียสละอย่างใหญ่
หลวงของบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าและวีรชนผู้กล้าหาญ ทานคือการเสียสละนี้ จึงเป็นเสมือนหนึ่งกุญแจดอกส�าคัญที่จะไขไปสู่ความ
เป็นใหญ่ที่นิยม เพราะการเสียสละมีคุณอเนกอนันต์ดังนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่าเป็นคุณธรรมที่ยึดเหนี่ยวประสานสามัคคีของ
หมู่ชนไว้เป็นประการแรก
เปยยวัชชะ วจีไพเราะ ประการที่ ๒ คือค�าพูดที่ไพเราะเสนาะโสต สุภาพอ่อนโยนจับใจผู้ฟัง ถือว่าปากเป็นเอก แต่จะใช้ปาก
ก็จะต้องใช้อย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะคนจะเกลียดจะชังหรือมีเสน่ห์รักใคร่ก็เพราะค�าพูด จะอดอยากมีกินมีใช้ก็เพราะค�าพูด
ค�าพูดดีนั้น ท�าคนโง่ให้กลายเป็นคนฉลาดก็ได้ ท�าศัตรูให้กลายเป็นมิตรก็ได้ ท�าความแตกแยกให้สามัคคีกลมเกลียวกันก็ได้ เพราะเหตุที่
วจีไพเราะมีคุณอนันต์ดังนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่าเป็นคุณธรรมที่ยึดเหนี่ยวประสานสามัคคีของหมู่ชนไว้เป็นประการที่ ๒
อัตถจริยา การบ�าเพ็ญประโยชน์ ประการที่ ๓ ก็คือการอนุเคราะห์สงเคราะห์ช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกันไม่นิ่งดูดาย ทั้งใน
การงานของพ่อแม่ และงานของผู้เกี่ยวข้อง ยิ่งเป็นงานที่เกี่ยวกับประเทศชาติด้วยแล้ว ก็ยิ่งควรให้ความร่วมมือสนับสนุนส่งเสริมด้วย
เต็มใจ ถ้าร่วมแรงร่วมใจกันได้ดังนี้ ประเทศชาติของเราก็จะเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า เพราะอัตถจริยา การบ�าเพ็ญประโยชน์มีคุณยิ่งใหญ่ดังนี้
พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่าเป็นคุณธรรมที่ยึดเหนี่ยวประสานสามัคคีของหมู่ชนไว้เป็นประการที่ ๓
สมานตตา การประพฤติปฏิบัติเหมาะสม ประการที่ ๔ ก็คือ การประพฤติปฏิบัติในทางสายกลาง อันได้แก่ มัชฌิมาปฏิปทา
อันบุคคลผู้ที่ผูกพันเกี่ยวข้องกับบุคคลทั่วไป เกี่ยวข้องกับครอบครัว เกี่ยวข้องกับชุมชน เกี่ยวข้องกับสังคมประเทศชาติ ถ้าปฏิบัติได้
อย่างเหมาะสมสายกลางกับผู้เกี่ยวข้องเหล่านั้นได้แล้ว ประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ก็จะส�าเร็จได้สมประสงค์ มีพุทธนิพนธ์ภาษิตตรัสรับรองไว้ว่า
มตฺตญฺญุตา สทา สาธุ การปฏิบัติได้ตามความเหมาะสม ให้ส�าเร็จประโยชน์ได้แน่แท้ เพราะสมานตตา เป็นคุณธรรมให้ส�าเร็จในสิ่งที่
ประสงค์ได้ดังนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่าเป็นคุณธรรมที่ยึดเหนี่ยวประสานสามัคคีของหมู่ชนไว้เป็นประการที่ ๔
อันสังคหวัตถุธรรมทั้ง ๔ ประการ คือ ทาน การให้ เปยยวัชชะ วจีไพเราะ อัตถจริยา การบ�าเพ็ญประโยชน์ และสมานตตา
การประพฤติตนให้เหมาะสม เป็นคุณธรรมที่มีพลานุภาพสร้างสามัคคีของหมู่ชนในสังคมในประเทศชาติและในโลกให้เกิดความกลมเกลียว
เป็นที่นิยม ยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นเพียงใด ประโยชน์สุขที่มุ่งหมายก็จะเพิ่มมากขึ้นเพียงนั้น จึงเป็นคุณธรรมที่ผู้น�าในสังคมในประเทศชาติ
ในพระศาสนา จ�าต้องปรารถนาทุกกาลสมัยโดยแน่แท้
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ในพระบรมโกศ เพราะพระองค์ทรงด�ารงมั่น
ในทศพิธราชธรรมและสังคหวัตถุธรรมทั้ง ๔ ประการ พร้อมด้วยศาสตราวุธประจ�าพระองค์ที่แสนจะร่มเย็นทั้ง ๓ ประการ ดังรับ
พระราชทานถวายวิสัชนามาอย่างพร้อมมูล จึงเป็นเหตุให้พระองค์ท่านสามารถเพิ่มพูนสามัคคีธรรมยึดเหนี่ยวน�้าใจของพสกนิกรชาวไทย
ทุกหมู่เหล่า เป็นพลังให้พระองค์ท่านได้ทรงบ�าเพ็ญพระราชกรณียกิจทั้งในพุทธจักรและราชอาณาจักรส�าเร็จได้อย่างยิ่งใหญ่ไพศาล
ตามพระราชประสงค์ บัดนี้ แม้ว่าพระองค์จะเสด็จสวรรคตสู่สวรรคาลัยไปแล้ว แต่พระเกียรติยศ พระเกียรติศักดิ์ พระเกียรติคุณของ
พระองค์ท่านก็ยังขจรขจายท่วมท้นเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า เป็นเสมือนหนึ่งว่าพระองค์ยังทรง

