Page 338 - จดหมายเหตุงานพระบรมศพ
P. 338

336            จดหมายเหตุงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
                       มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร




            สัปปุริสชนคนเจริญ แลตรัสสรรเสริญว่า เป็นมงคลอันสูงสุด ดังนี้
                    พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
            พระองค์นั้น ทรงเป็นสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชเจ้า พระองค์ที่ ๙ แห่งพระบรมราชวงศ์จักรี ได้ทรงมีพระราชปณิธานไว้ แลได้แสดง
            พระปฐมบรมราชโองการ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ ว่า เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อ
            ประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม แล้วทรงหลั่งทักษิโณทกธารา ตั้งพระราชสัตยาธิษฐาน ที่จะทรงบริหารพระราชอาณาจักรโดย
            ทศพิธราชธรรม น�าประเทศชาติแลประชาชนไปสู่ความร่มเย็นเป็นสุข พระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ทั้งปวง ที่ได้ทรงบ�าเพ็ญมาแล้วนั้น ย่อม
            เป็นประจักษ์พยานแก่มวลพสกนิกรชาวไทย ตลอดไปถึงนานาอารยประเทศว่า ทรงมีพระราชวิริยอุตสาหะ ในอันที่จะทรงประพฤติปฏิบัติ
            ตามพระบรมราชปณิธาน ที่พระราชทานไว้ทุกประการ ทรงด�ารงมั่นอยู่ในพระกตัญญูกตเวทิตาธรรม แลพระขันติธรรม ทรงปกครอง
            แผ่นดินโดยธรรม มีพระมหากรุณาเป็นที่ไปในเบื้องหน้า มุ่งประโยชน์สุขแก่อาณาประชาราษฎร์ แลประเทศชาติโดยตรง มิได้ทรงค�านึง
            ถึงความยากล�าบากเหนื่อยยากแต่ประการใด ทั้งยังได้ทรงขายความสุขส่วนพระองค์ทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อซื้อความทุกข์ยากเดือดร้อนของ
            พสกนิกรมาเป็นของพระองค์ ทรงพัฒนาสังคมประเทศชาติในทุก ๆ ส่วน อาทิ การพัฒนาการศึกษา พัฒนาที่ดิน พัฒนาชลประทาน
            พัฒนาการคมนาคม พัฒนาการท�าฝนหลวง พัฒนาการบริการแพทย์หลวง แลการอุปถัมภ์ศาสนา ในปีหนึ่ง ๆ ทรงอุทิศเวลาไม่ต�่ากว่า
            ๒๐๐ วัน โดยประมาณ เสด็จพระราชด�าเนินเยี่ยมราษฎร แลทอดพระเนตรกิจการโครงการพัฒนาตามแนวพระราชด�าริ ในท้องถิ่นทุรกันดาร
            ทั่วทุกภาคของประเทศ ทรงวางแผนการพัฒนาเพื่อความเจริญก้าวหน้าในทุกพื้นที่ในทุกด้านอย่างสอดคล้อง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ส่วนราชการ
            ที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายพลเรือน ทหาร ต�ารวจ ทรงแก้ปัญหาอุปสรรคข้อขัดข้องได้อย่างถูกต้อง และลงตัว ทรงส่งเสริมความสามัคคี ปรองดอง
            สมานฉันท์ เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข เสมอมา
                    ตลอดระยะเวลา ๗๐ ปี แห่งการเสด็จเถลิงถวัลยสิริราชสมบัติ ซึ่งยาวนานที่สุดในโลกก่อให้เกิดโครงการในพระราชด�าริ
            กว่า ๔,๐๐๐ โครงการ รวมทั้งพระราชทาน ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อันเป็นหลักในการด�าเนินชีวิตให้มีความสุขอย่างยั่งยืนอีกด้วย
            สรรพพระราชกรณียกิจทั้งปวงนั้น ล้วนเกิดแต่พระปรีชาญาณอันสุขุมคัมภีรภาพ และพระราชจริยวัตรอันงดงามของพระองค์ เป็น
            พระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ บันดาลให้ประเทศชาติแลประชาชน ได้รับผลคือความอุดมสมบูรณ์ แลความเจริญก้าวหน้าสถาพร พระบรม
            เดชานุภาพของพระองค์ จึงก�าจรแผ่ไพศาล เป็นที่แซ่ซ้องสาธุการทั้งในประเทศแลนอกประเทศ ทรงเป็นอภิมหาอัจฉริยบุรุษรัตน์อัศจรรย์
            เหลือที่ ไม่มีผู้ทัดเทียมได้ โดยประการทั้งปวง สมดังค�าประพันธ์อาเศียรวาทราชสดุดีที่ว่า จะมองหากษัตริย์ชาติไหน ๆ เฉกเช่นกษัตริย์ไทย
            มองไม่เห็น อย่างแท้จริง

                    ก็แล บรรดาโครงการในพระราชด�าริที่พระราชทานแก่ปวงชนชาวไทยนั้น ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ต้องยอมรับว่าเป็น
            ทรัพย์สินทางปัญญา แลเป็นพระราชมรดกอันล�้าค่า ที่สามารถน�ามาปฏิบัติได้ในชีวิตประจ�าวัน ของประชาคมทุกระดับชั้น ตั้งแต่ครอบครัว
            ชุมชน จนถึงประเทศชาติ ในการพัฒนาชีวิตให้ด�าเนินไปในทางสายกลาง ไม่สุดโต่ง ไม่โลภมาก มีเหตุผล แลมีระบบภูมิคุ้มกันในตัว
            ที่เหมาะสมต่อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ
            แลความระมัดระวังอย่างยิ่ง ในการน�าวิชาการต่าง ๆ ไปใช้ในการวางแผน แลด�าเนินงานทุกขั้นตอน ขณะเดียวกันก็ต้องหมั่นสร้างเสริม
            พื้นฐานจิตใจของคนในสังคม ให้นิยมในคุณธรรม เช่น ความซื่อสัตย์สุจริต ความขยันหมั่นเพียร ความอดทน แลความมีสติปัญญารู้เท่า
            รู้ทันอีกด้วย อนึ่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้ ยังเป็นปรัชญาบ่งชี้ให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถของพระองค์ ที่ทรงเข้าพระทัยในหลัก
            ธรรมข้อว่า ความสันโดษ อย่างถูกต้องถ่องแท้ แลทรงน�ามาประยุกต์เป็นปรัชญาด�าเนินชีวิต อย่างน่าอัศจรรย์ที่สุดสมกับที่พระองค์ทรง
            เป็นพุทธมามกะบัณฑิต ผู้นับถือพระพุทธศาสนา แลทรงเป็นธรรมิกมหาราชาธิราชเจ้า ผู้ทรงธรรม ผู้ปฏิบัติธรรม แลผู้ทรงแตกฉานใน
            หลักธรรมค�าสอนของสมเด็จพระบรมศาสดาอย่างถูกต้อง สอดคล้องกับพระพุทธพจน์บทพระบาลี ที่อัญเชิญขึ้นเป็นอุทเทศเบื้องต้นว่า
            สนฺตุฏฺี ปรม� ธน� แปลว่า ความสันโดษ เป็นบรมทรัพย์ คือทรัพย์อันยอดเยี่ยม ดังนี้
                    อันวัตถุที่สมมติกันว่า ทรัพย์ นี้เป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็ปรารถนา แม้แต่เด็กที่ยังไม่รู้เดียงสาว่าจะใช้ทรัพย์อย่างไร ก็ยังต้องการ
            อยากได้ ทั้งนี้ก็เพราะทรัพย์เป็นเครื่องท�าใจให้ปลื้ม ให้ครึกครื้นให้ชื่นบาน กับทั้งเป็นตัวยาสมานรักษาโรคความจนได้ถูกโฉลก ในทางโลก
            ท่านก�าหนดทรัพย์ไว้หลายประเภทหลายชนิด ฉันใด ในทางธรรม ท่านก็ก�าหนดทรัพย์ไว้หลายประเภทหลายชนิด ฉันนั้น สมเด็จพระบรม
            ศาสดา ทรงยกหมวดธรรมหลายหมวดว่า เป็นอริยทรัพย์ คือทรัพย์อันประเสริฐ สามารถติดตัวไปได้ แลเป็นทรัพย์ที่ยั่งยืนถาวร ส่วนสันโดษ
            พระองค์กลับตรัสว่าเป็นบรมทรัพย์ คือทรัพย์อย่างยิ่ง เพราะเป็นทรัพย์ที่ยิ่งกว่าทรัพย์อื่นใดในโลก แต่ค�าว่า สันโดษ นี้ ยังมีผู้เข้าใจไม่ตรง
            ตามพระประสงค์ขององค์สมเด็จพระบรมศาสดา แล้วมักจะแปลกันว่า ความมักน้อย บ้าง ว่า ความยินดีตามมีตามได้ บ้าง จึงเป็นต้นเหตุ
            ให้ไม่ต้องขวนขวายท�าอะไรเพิ่มเติมอีก มีอะไร เป็นอะไร ก็มีอยู่อย่างนั้น เป็นอยู่อย่างนั้น นั่นไม่ใช่สันโดษตามหลักพระพุทธศาสนา
            มิหน�าซ�้ากลับกลายเป็นว่า สันโดษ เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ เป็นเหตุให้ประเทศด้อยพัฒนาไป
   333   334   335   336   337   338   339   340   341   342   343