Page 349 - จดหมายเหตุงานพระบรมศพ
P. 349

พระราชพิธีทรงบำาเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ  347





                    นอกจากนั้น พระองค์ได้เสด็จพระราชด�าเนินจากถิ่นนี้ไปถิ่นนั้น จากภาคนี้ไปอีกภาคหนึ่งโดยไม่ทรงท้อถอยหรือเหน็ดเหนื่อย
            ได้พระราชทานโครงการต่าง ๆ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของปวงชน เรียกว่าโครงการตามพระราชด�าริ มีอยู่ ๔,๔๔๗ โครงการ ได้แบ่งโครงการ
            นั้น ๆ ออกเป็น ๘ ประเภท เช่น โครงการพัฒนาแหล่งน�้า โครงการพัฒนาเกษตร โครงการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม โครงการพัฒนา
            ด้านคมนาคมและการสื่อสาร โครงการพัฒนาด้านสาธารณสุข เป็นต้น ซึ่งโครงการต่าง ๆ นับพันโครงการเหล่านี้ ไม่มีใครปฏิเสธได้เลย
            ว่าไม่เคยรู้จัก เพราะแต่ละโครงการนั้นเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจ�าวันของทุกคน ความที่พระองค์ทรงครองราชย์ที่ยาวนานและบ�าเพ็ญ
            พระราชกิจใกล้ชิดกับราษฎรนั้น ทรงได้รับการยกย่องให้เป็น King of the King ซึ่งปรากฏในงานพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี
            เมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๙ มีพระประมุขจาก ๒๕ ประเทศ ได้มาร่วมงานพระราชพิธี มีฉันทานุมัติให้สมเด็จพระราชาธิบดีแห่ง
            บรูไนดารุสซาลาม มีพระราชด�ารัสในนามของประมุขประเทศต่าง ๆ บางตอนแห่งพระราชด�ารัสว่า “ฝ่าพระบาททรงเป็นพลังบันดาลใจให้
            พวกเรา เหล่าพระประมุขด้วยกัน เดินทางมาร่วมพิธีอันส�าคัญยิ่งครั้งนี้ ๖๐ ปี ที่ทรงครองสิริราชสมบัติ มิได้เป็นเพียง ๖๐ ปี ในประวัติศาสตร์
            ชาติไทยเท่านั้น แต่เป็น ๖๐ ปี ที่เป็นประวัติศาสตร์ของเราทุกคน ฝ่าพระบาทไม่เคยอยู่ห่างไกลจากประชาชน ทรงอยู่เคียงข้างพสกนิกร
            ของพระองค์ และทรงร่วมสุขร่วมทุกข์กับประชาชนชาวไทยตลอดเวลา”
                    พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงบ�าเพ็ญบารมีธรรม ๑๐ ประการ มาตลอด
            พระชนมายุ ทรงผ่านทุกข์สุขอันเกิดจากอนิฏฐารมณ์ แต่พระองค์ทรงมีขันติบารมีที่องอาจกล้าหาญ ผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ มาได้
            ด้วยพระสติปัญญาที่เฉียบแหลม ทรงยึดมั่นปฏิบัติบ�าเพ็ญในทศพิธราชธรรม ข้อที่ว่าด้วย ขันติ คือความอดทน ต้องตามนัยพุทธนิพนธ์
            ภาษิต ที่ได้รับพระราชทานอัญเชิญมาเป็นบทนิเขปเบื้องต้น ความว่า
                    นรชนผู้มีขันติ มีเมตตา ย่อมเป็นผู้มีลาภ มียศ มีความสุข เป็นปรกติ ย่อมเป็นที่รัก เป็นที่ชอบใจของเทวดาและ
            มนุษย์ทั้งหลาย พระพุทธภาษิตบทนี้ แสดงถึงพระปัญญาคุณของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงยกย่องบุคคล ผู้มีความอดกลั้นอดทน
            ผู้ประกอบไปด้วยเมตตาย่อมเป็นที่รักของเทพยดาทั้งหลาย ณ โอกาสนี้ ขอรับพระราชทานถวายวิสัชนา พอเป็นนิทัสสนัย ดังนี้

                    ขันติ หมายถึงความอดทน คือ ทนล�าบาก ๑ ทนตรากตร�า ๑ ทนเจ็บใจ ๑ ความอดทนล�าบากกับความอดทนตรากตร�า
            เป็นความอดทนขั้นพื้นฐานธรรมดา ความอดทนที่แท้จริง ก็คือ ทนเจ็บใจได้ ชื่อว่า อธิวาสนขันติ หมายถึงความอดกลั้น คือทนต่อความ
            เจ็บใจ จะไม่แสดงอาการที่ไม่พอใจ เมื่อถูกคนอื่นกระทบกระเทียบเปรียบเปรย กล่าววาจาให้ร้าย เสียดสี เยาะเย้ย ทนต่ออ�านาจกิเลส
            ไม่แสดงอาการอยากได้ หรือโกรธเคืองจนออกนอกหน้า
                    ผู้มีขันติ ชื่อว่า นิ่งได้ อดได้ ทนได้ ความนิ่งจึงเป็นการสร้างบารมีธรรม ย่อมท�าให้มีสุขภาพจิตที่ดูดี งดงาม องอาจ น่าเกรงขาม
            เป็นคุณธรรมที่เสริมสร้างบารมีธรรมส�าคัญข้อหนึ่ง ในบารมี ๑๐ ประการ ดังนั้น ผู้มีขันติบารมี จึงมีความส�าคัญต่อการด�ารงชีวิตของคน
            ทุกระดับชั้น นับตั้งแต่ระดับสูงสุด จนถึงต�่าสุด โดยเฉพาะความอดทนในการเป็นผู้น�า ซึ่งเปรียบเสมือนคนยืนในที่สว่าง ไม่ว่าจะท�าสิ่งใด
            ก็มีคนมองเห็น เปรียบเสมือนคนจับจอมแห ซึ่งมีคนเป็นจ�านวนมากอยู่ในร่างแหนั้น เปรียบเสมือนคนที่ยืนอยู่บนที่สูง ย่อมสามารถ
            มองเห็นคนที่อยู่เบื้องล่างได้เป็นจ�านวนมาก ผู้น�าจะเป็นผู้ก�าหนดวิถีชีวิตของผู้ตามเสมอ
                    สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสแสดงภาระหน้าที่ของผู้น�าไว้ เพื่อเป็นบรรทัดฐานให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขแก่ประชาชน
            หมู่ใหญ่ เป็นแรงบันดาลใจให้บุคคลได้สร้างบารมีธรรมร่วมกัน เรียกว่า ราชสังคหวัตถุ ๔ ประการ คือ

                    สัสสะเมธะ ผู้น�าที่ดี ย่อมมีความฉลาด สามารถในการส่งเสริมการเพาะปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหาร คือ การพัฒนาให้ผืนแผ่นดิน
            และประเทศชาติมีความสมบูรณ์ เป็นเมืองเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และพาณิชยกรรม ๑
                    ปุริสะเมธะ ผู้น�าที่ดี ย่อมมีความฉลาด สามารถสนับสนุนส่งเสริมให้คนดีมีความรู้ความสามารถได้มีโอกาสท�างานรับใช้ประเทศ
            ชาติบ้านเมืองด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ๑

                    สัมมาปาสะ ผู้น�าที่ดี ย่อมมีความฉลาด สามารถในการผูกน�้าใจคนให้มีความอดทน ขยัน ประกอบอาชีพที่ชอบ เป็นผู้ซื่อตรง
            ต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ให้ได้ประกอบอาชีพที่ดี สามารถเลี้ยงชีพสร้างความสุขให้แก่ครอบครัวแลบริวาร ๑
                    วาจาเปยยะ ผู้น�าที่ดี ย่อมมีความฉลาด สามารถเจรจาด้วยมธุรสวาจาให้กลุ่มชนหมู่ใหญ่มีความสามัคคีสมานฉันท์ เป็นน�้าหนึ่ง
            ใจเดียวกัน ทั้งเชื้อเชิญผูกมิตรไมตรีให้ประชาชนในชาติได้อาสาเข้ามาช่วยกิจการงานต่าง ๆ สร้างชาติบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรือง ๑
                    ในการปฏิบัติหน้าที่ทั้ง ๔ ประการนี้ ผู้น�าที่ดีจ�าเป็นจะต้องสร้างพลังจิตและแรงบันดาลใจของตนเอง ให้เข้มแข็ง อดทน ทั้งทน
            ต่อความยากล�าบาก ทนตรากตร�าและทนเจ็บใจให้ได้ เมื่อทนได้ก็เป็นได้ ทนไม่ได้ก็เป็นไม่ได้ ถ้าจะดูว่าบุคคลผู้นี้จะเป็นผู้น�าที่ดีได้หรือไม่
            ก็ให้ดูที่ความอดทนเป็นหลัก เพราะความอดทนเป็นอาภรณ์เครื่องประดับใจให้งดงาม เป็นการสร้างบารมีที่ส�าคัญอย่างหนึ่ง ซึ่งตรงกันข้าม
            กับความโกรธ วู่วาม ใจร้อน ขาดความมั่นใจ ไม่มีขันติธรรมเป็นหลักประคับประคองใจ ปล่อยจิตใจให้อ่อนแอ อ่อนไหว จนไม่สามารถ
   344   345   346   347   348   349   350   351   352   353   354