Page 422 - จดหมายเหตุงานพระบรมศพ
P. 422
420 จดหมายเหตุงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
โดยไม่หวั่นไหวต่อความเหนื่อยยาก พระองค์ทรงงานหนักตลอดพระชนม์ชีพ ด้วยความส�านึกในพระราชกรณียกิจ (หน้าที่) ที่พระองค์
พระราชทานเป็นปฐมบรมราชโองการ เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในวันศุกร์ ที่ ๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓ ว่า “เราจะ
ครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ค�าว่า “โดยธรรม” พระองค์ทรงน้อมน�าเอาหลักทศพิธราชธรรม
มาเป็นหลักปกครองประเทศ อันเป็นเหตุให้พสกนิกรชาวไทยรักเคารพเทิดทูนพระองค์เป็นพระราชาผู้ทรงธรรม ยังความร่มเย็นเป็นสุข
ให้พสกนิกรถ้วนหน้า สมดังพุทธภาษิตที่ได้อัญเชิญมาเป็นบทเทศนาว่า
ทาน� สีล� ปริจฺจาค� อาชฺชว� มทฺทว� ตปํ
อกฺโกธ� อวิหึสญฺจ ขนฺตี จ อวิโรธน�
อิจฺเจเต กุสเล ธมฺเม ิเต ปสฺสาหิ อตฺตนิ
ตโต เต ชายเต ปีติ โสมนสฺสญฺจนปฺปกนฺติ
ซึ่งแปลความว่า ขอพระองค์จงพิจารณาเห็นธรรมอันเป็นกุศลคุณความดีที่ตั้งอยู่ในตนว่า ๑. ทาน - การให้ ๒. ศีล - ความ
ประพฤติที่ดีงามทั้งทางกาย วาจาและใจ ๓. บริจาค - การเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อความสุขส่วนรวม ๔. อาชชวะ - ความซื่อตรง
๕. มัททวะ - ความมีอัธยาศัยอ่อนโยน ๖. ตปะ - ความเพียร คือ ความมีอุตสาหะในการปฏิบัติหน้าที่การงาน ๗. อักโกธะ - ความไม่โกรธ
ความไม่แสดงความโกรธให้ปรากฏ ๘. อะหิงสา ความไม่เบียดเบียนทั้งทางกายและใจ ๙. ขันติ - ความอดทน และ ๑๐. อะวิโรธนัง -
ความยุติธรรม ความหนักแน่น ถือความถูกต้องเที่ยงธรรมเป็นหลัก ไม่เอนเอียงหวั่นไหว แต่นั้นความปลื้มปีติและโสมนัสใจก็จะเกิดแก่
พระองค์ ดังนี้ ตามทศพิธราชธรรมทั้ง ๑๐ หัวข้อนี้ พระองค์ทรงประพฤติครบถ้วนบริบูรณ์ ซึ่งแจ้งประจักษ์แก่พสกนิกรชาวไทยเราเป็น
อย่างดี ในพระธรรมเทศนาทศพิธราชธรรมทั้ง ๑๐ หัวข้อนี้ จะขอน�ามาแสดงเป็นนิทัศนัย เพื่อให้ท่านผู้ฟังได้น้อมน�าไปปฏิบัติตามรอย
บาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อความสุขความเจริญรุ่งเรืองในชีวิตของท่านผู้ฟังทั้งหลาย คือ ข้อธรรมว่า
“ตปะ” ซึ่งแปลว่า ความเพียร ดุจดังพระองค์รังสรรค์ไว้ในพระราชนิพนธ์พระมหาชนกถึงความเพียรว่า “ความเพียรต้องมี และส�าคัญ
ที่สุดว่าคนเราท�าอะไรต้องมีความเพียรอย่างในเรื่องพระมหาชนก แม้จะไม่เห็นฝั่งก็ต้องว่ายน�้าต่อไป ขอจงมีความเพียรที่บริสุทธิ์ ปัญญา
ที่เฉียบแหลม ก�าลังกายที่สมบูรณ์” จากการที่ได้มีโอกาสเข้าไปถวายพระธรรมเทศนาในงานพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรม
ราชชนนี ปี ๒๕๓๘ ว่า ให้องค์เทศน์ได้น�าเอาพระสูตรชาดกมาเทศน์แล้วสอดแทรกธรรมะ เพื่อให้ประชาชนได้ฟังเข้าใจแล้วน�าไปปฏิบัติ
ดังที่พระองค์ทรงมีพระปฏิสันถารกับสมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร และพระราชวชิรโมลี วัดสวนพลู จึงขอน�า มหาสีลวชาดก
เป็นเรื่องที่ว่าด้วยความเพียร ในครั้งที่พระพุทธเจ้าของเราเสวยพระชาติเป็น พระมหาสีลวราช ความว่า
ในอดีตกาล ณ กรุงพาราณสี มีพระราชาพระองค์หนึ่ง ทรงพระนามว่า พระมหาสีลวราช พระองค์ทรงเป็นผู้มีพระปรีชาสามารถ
มีน�้าพระทัยเปี่ยมไปด้วยพระเมตตากรุณา ทรงปกครองแผ่นดินโดยธรรม โปรดการท�าทานยิ่งนัก ทรงให้สร้างโรงทานไว้ถึง ๖ แห่ง คือที่
ประตูเมืองทั้ง ๔ ด้าน ที่กลางพระนครและที่ประตูพระราชวัง เพื่อเป็นทานแก่คนยากจน คนก�าพร้า และคนเดินทาง ครั้งนั้น มีอ�ามาตย์
ชั่วคนหนึ่ง เห็นพระราชามีน�้าพระทัยเปี่ยมไปด้วยพระเมตตา จึงคิดเหิมเกริมถึงขนาดลักลอบเข้าไปในเขตพระราชฐานชั้นในหลายครั้ง
จนมีผู้มากราบทูลฟ้องร้องและพระองค์ก็ทรงทราบด้วยพระองค์เอง ถึงแม้การกระท�านั้นมีความผิดถึงขั้นประหารชีวิต แต่พระองค์ทรง
พระกรุณา จึงทรงเพียงว่ากล่าวและขับไล่ไปจากพระนคร เมื่ออ�ามาตย์ชั่วถูกขับไล่ออกจากเมือง ก็โกรธแค้นพระมหาสีลวราช จึงอพยพ
ครอบครัวไปอยู่ที่เมืองโกศล เนื่องจากอ�ามาตย์ผู้นี้นอกจากจะเป็นผู้ที่มีฝีมือในการท�างานแล้ว ยังเป็นคนประจบสอพลอ ในที่สุดก็ได้
รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากพระเจ้าโกศล อยู่มาวันหนึ่งในขณะที่เหล่าเสนาปรึกษาหารือเกี่ยวกับงานราชการ อ�ามาตย์ชั่วจึงได้
สบโอกาสที่จะหาทางแก้แค้น พระเจ้าโกศลฟังแล้วก็ยังไม่เชื่อทันที เพราะทราบว่าอ�ามาตย์ชั่วผู้นี้เคยอยู่เมืองพาราณสีมาก่อน พระเจ้าโกศล
ยังไม่เชื่อใจนักแต่เห็นว่าอ�ามาตย์ชั่วกล่าวอย่างแข็งขัน จึงได้ลองท�าตามที่อ�ามาตย์พูดสักครั้ง โดยส่งทหารปลอมตัวไปปล้นชาวบ้าน
ที่อยู่ตามชายแดนนอกเมืองพาราณสี เหตุการณ์ก็เป็นไปตามที่อ�ามาตย์ชั่วพูด เพราะเมื่อโจรปลอมที่พระเจ้าโกศลส่งไปนั้นถูกจับแล้ว
พระมหาสีลวราชก็ได้ท�าการสอบสวนอย่างมีเมตตาธรรม เมื่อพระเจ้ามหาสีลวราชปล่อยตัวพวกโจรไปแล้ว พวกโจรก็ไปรายงานให้
พระเจ้าโกศลทราบทันที เมื่อพระเจ้าโกศลได้รับรายงานแล้วก็หลงเชื่อค�ายุยงของอ�ามาตย์ชั่ว แต่เพื่อความแน่นอนพระทัยจึงได้ให้ทหาร
ปลอมตัวไปปล้นชาวบ้านที่อยู่ใกล้ ๆ พระนคร เหตุการณ์ก็เป็นไปอย่างคราวแรก หลังจากที่พวกโจรถูกจับได้ พระเจ้ามหาสีลวราชก็ทรง
ปล่อยตัวไปพร้อมกับมอบทรัพย์ให้ไปจ�านวนหนึ่งเพื่อให้ไปตั้งตัว หลังจากที่พระเจ้ามหาสีลวราชได้ปล่อยตัวโจรแล้ว พระเจ้าโกศลก็ยัง
ไม่แน่พระทัยว่า หากถูกแย่งชิงราชสมบัติแล้วจะไม่มีการต่อสู้ จึงได้ส่งโจรไปปล้นชาวบ้านที่อยู่ในเมืองอีกปรากฏว่าเหตุการณ์ก็เป็นดังเดิม
พระเจ้าโกศลท�าศึกสงคราม
พระเจ้าโกศลเกิดความล�าพองใจคิดว่าพระเจ้ามหาสีลวราชคงไม่กล้าท�าสงคราม จึงได้ยกทัพไปล้อมเมืองพาราณสี กรุงพาราณสี

