Page 423 - จดหมายเหตุงานพระบรมศพ
P. 423
พระราชพิธีทรงบำาเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ 421
มีเหล่าเสนาอ�ามาตย์แม่ทัพที่มีความสามารถไม่มีใครเทียบได้เป็นจ�านวนพันนาย เมื่อพระเจ้าโกศลยกทัพมาปิดล้อมเมืองพาราณสี นักรบ
เหล่านั้นก็ขออาสาออกไปท�าศึกสงคราม และจะจับพระเจ้าโกศลมาลงโทษให้ได้ แต่พระเจ้ามหาสีลวราชก็ทรงห้ามไว้ ด้วยเหตุนี้พระเจ้า
โกศลจึงได้ใจยกทัพเข้ามาประชิดเมืองหลวงได้โดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ แม้เหล่าเสนาอ�ามาตย์แม่ทัพอยากจะออกรบ แต่ก็ห้ามใจไว้
เพราะเคารพต่อพระเจ้ามหาสีลวราชที่มีคุณธรรมยอดเยี่ยม เมื่อพระเจ้าโกศลยกทัพเข้ามาประชิดเมืองพาราณสีอย่างง่ายดาย จึงเกิด
ความหวาดระแวงว่าพระเจ้ามหาสีลวราชจะวางกลอุบายไว้หรือเปล่า จึงได้ส่งพระราชสาส์นมาทูลถามว่าจะยอมยกพระราชสมบัติให้
หรือว่าจะรบ จากนั้นพระเจ้ามหาสีลวราชจึงได้รับสั่งให้ทหารเปิดประตูเมือง พระองค์ก็ทรงประทับอยู่บนบัลลังก์ เหล่าเสนาอ�ามาตย์แม่ทัพ
ทั้งพันคนก็อยู่ในอาการสงบ
พระเจ้าโกศลยึดบัลลังก์
เมื่อพระเจ้าโกศลยึดเมืองพาราณสีได้แล้วก็จับพระเจ้ามหาสีลวราชพร้อมด้วยเสนาอ�ามาตย์แม่ทัพทั้งพันนายมัดไว้ แล้วน�าไปฝัง
ในป่าช้าผีดิบ โดยให้ขุดหลุมลึกฝังล�าตัวเหลือไว้แต่ศีรษะ เพื่อรอให้สุนัขป่าและสัตว์ร้ายมากัดกินเป็นอาหาร ถึงแม้ว่าพระเจ้ามหาสีลวราช
จะถูกเหยียบย�่าอย่างไรก็ตาม แต่พระองค์ก็หาได้ถือโกรธกลับตั้งมั่นด้วยการประพฤติธรรมและแผ่เมตตาให้กับผู้เป็นศัตรู เหล่าเสนา
อ�ามาตย์แม่ทัพทั้งพันนายต้องอดกลั้นต่อการกระท�าของศัตรูในใจคุกรุ่นไปด้วยความโกรธ แต่ก็สามารถควบคุมสติได้เพราะได้ผ่าน
การฝึกมาอย่างยอดเยี่ยม อีกประการหนึ่งเพราะด้วยความเคารพและศรัทธาต่อพระเจ้ามหาสีลวราช จึงยอมปฏิบัติตามแต่โดยดีและ
พร้อมเผชิญกับมรณภัยที่จะมาถึง
พระเจ้ามหาสีลวราชใช้อุบายขึ้นจากหลุม
ในยามค�่าคืนนั้นเอง เหล่าบรรดาสุนัขป่า สุนัขจิ้งจอก และสัตว์ร้ายก็ออกมาหากินในป่าช้ากันตามปกติ เมื่อพวกมันเห็น
ศีรษะมนุษย์ที่โผล่ขึ้นมาในป่าช้านั้น จึงเข้าใจว่าเป็นซากศพ ต่างวิ่งกรูเข้าไปหมายจะกัดกินเป็นอาหาร พระเจ้ามหาสีลวราชคาดคะเนถึง
ภัยที่จะมีขึ้นอยู่แล้ว จึงทรงนัดแนะอุบายให้กับเหล่าบรรดาเสนาอ�ามาตย์และแม่ทัพไว้ว่า เมื่อพวกสัตว์ป่าวิ่งรี่เข้ามาก็ให้ตะโกนพร้อมกัน
ดัง ๆ เสียงนั้นดังกึกก้องไปทั่วทั้งป่าช้า ท�าให้พวกมันตกใจกลัวและวิ่งหนีไป ครั้นสุนัขจิ้งจอกเหลียวหลังกลับมาดูก็ไม่เห็นมีใครไล่ตาม
เมื่อฝูงสุนัขจิ้งจอกกลับมา พระราชาและทุกคนก็ตะเพิดมันด้วยเสียงนั้นอีก เป็นอย่างนี้ถึงสามครั้ง พวกมันรู้แล้วว่าศีรษะเหล่านั้นท�าเสียง
ได้อย่างเดียว แต่เข้ามาท�าร้ายพวกมันไม่ได้ เจ้าตัวจ่าฝูงก็วิ่งไปที่ศีรษะพระราชาทันที ถึงแม้พระเจ้ามหาสีลวราชจะขยับตัวไม่ได้แต่สติ
ของพระองค์มั่นคงและทรงมีปัญญาเป็นเลิศ ทรงยืดพระศอขึ้นสุดช่วง สุนัขจ่าฝูงเห็นช่องทางสะดวกก็เอียงคอหมายจะงับพระศอให้ถนัด
แต่ยังไม่ทันงับ พระเจ้ามหาสีลวราชก็ทรงกดพระหนุหนีบส่วนคอมันไว้แน่นราวกับก�าลังของหีบยนต์ เจ้าสุนัขจิ้งจอกพยายามดิ้นรนเอา
ตัวรอดจนสุดก�าลัง เท้าของมันตะกุยดินจนกระทั่งกระจัดกระจายออกไปเป็นวงกว้าง ท�าให้ดินปากหลุมที่กลบพระวรกายของพระองค์
หลวมขึ้นพอที่จะขยับพระองค์ได้ จึงทรงเงยพระหนุขึ้นปล่อยสุนัขจิ้งจอกให้วิ่งไป ครั้นแล้วทรงฉุดเหล่าเสนาอ�ามาตย์ขุนพลทั้งหลาย
ให้ขึ้นจากหลุม เมื่อทุกคนขึ้นมาได้แล้ว จึงพักผ่อนอยู่ในป่าช้าแห่งนั้น
พระเจ้ามหาสีลวราชพระราชทานศพให้แก่ยักษ์สองตน
ในป่าช้าแห่งนี้เป็นที่หากินของยักษ์สองตน ซึ่งกินซากศพเป็นอาหาร ทั้งสองแบ่งเขตแดนกันเป็นสองเขต หากซากศพอยู่ใน
เขตใดก็เป็นของผู้นั้น แต่ในคืนนั้นมีซากศพถูกน�ามาทิ้งไว้ตรงกับเส้นเขตแดนพอดี ยักษ์ทั้งสองตนจึงไม่สามารถแบ่งกันได้จึงได้เถียงกัน
ในที่สุดยักษ์ทั้งสองตนซึ่งได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาโดยตลอด เห็นว่าพระเจ้ามหาสีลวราชทรงมีสติปัญญาหลักแหลม ทั้งยังตั้งอยู่ใน
ทศพิธราชธรรมปราศจากอคติทั้งปวง จึงมาเข้าเฝ้าพระองค์ แต่พระมหาสีลวราชนั้นเปื้อนเลอะเทอะ ยักษ์ทั้งสองจึงรีบไปน�าน�้าที่อบไว้
ในห้องสรงน�้า พร้อมทั้งน�าเครื่องทรง เครื่องหอม และเครื่องประดับมาถวาย แล้วยังเข้าไปในห้องเครื่องน�าพระกระยาหารรสเลิศมาถวาย
หลังจากที่พระเจ้ามหาสีลวราชเสวยพระกระยาหารเสร็จแล้ว เจ้ายักษ์ก็เข้าไปทูลถามว่าจะประสงค์สิ่งใดอีก ยักษ์ทั้งสองก็บุกเข้าไป
ในห้องพระบรรทม หยิบพระขรรค์ซึ่งวางอยู่ใกล้พระเศียรของพระเจ้าโกศลมาถวาย เมื่อพระองค์ได้พระขรรค์คู่พระหัตถ์ก็ทรงผ่าศพ
ออกเป็นสองซีกเท่าๆ กันตั้งแต่หัวลงมา พระราชทานแก่ยักษ์ทั้งสองตน เมื่อยักษ์ได้กินซากศพสมใจอยากแล้วก็ส�านึกในพระกรุณา
จึงกราบทูลอาสาจะสนองพระราชประสงค์ต่อไป
พระเจ้าโกศลประกาศยกราชสมบัติคืนให้แก่พระเจ้ามหาสีลวราช
เมื่อพระเจ้ามหาสีลวราชเสด็จเข้าไปในห้องพระบรรทม ได้ทอดพระเนตรเห็นพระเจ้าโกศลหลับสนิทอยู่ จึงทรงวางพระขรรค์
ลงบนพระอุระของพระเจ้าโกศล พระเจ้าโกศลทรงผวาตื่นขึ้นก็รู้สึกหวาดกลัวดังเห็นพญามัจจุราชยืนอยู่ต่อหน้า เมื่อพระเจ้าโกศล
ส�ารวมสติได้แล้วจึงตรัสถามด้วยเสียงที่สั่นเครือถึงเหตุที่พระเจ้ามหาสีลวราชทรงรอดชีวิต และทรงกลับมายังห้องพระบรรทมได้
พระมหาสีลวราชทรงปลอบให้หายหวาดกลัว และตรัสเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังและไม่ได้ถือโทษโกรธแต่อย่างใด จนกระทั่งรุ่งเช้าจึงมีรับสั่ง
ให้บรรดาเหล่าเสนาอ�ามาตย์และแม่ทัพตลอดจนชาวเมืองมาประชุมพร้อมกันที่หน้าประตูเมือง ครั้นแล้วพระเจ้าโกศลเสด็จออกท่ามกลาง

