Page 223 - จดหมายเหตุงานพระบรมศพ
P. 223

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ  ๑๗๒๑
                                                                     พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร





            พรั่งพรอม ยังความผาสุกรมเย็นอยางยั่งยืน ยอมทรงอิ่มพระราชหฤทัย ดุจดังพระบรมศาสดาทรงกระทําพุทธกิจแก
            พระสาวก ทรงอิ่มพระพุทธกมล แลวเปลงพระวาจาวา “กิจใด ศาสดาผูกรุณาแสวงหาประโยชน พึงทําแกสาวกทั้งหลาย,
            กิจนั้น เราไดทําแลวแกพวกทานทุกประการ” ดังนี้

                    สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจา เมื่อจะเสด็จดับขันปรินิพพาน ไดประทานพระปจฉิมพุทโธวาทไววา หนฺททานิ
            ภิกฺขเว อามนฺตยามิ โว วยธมฺมา สงฺขารา อปฺปมาเทน สมฺปาเทถ ความวา “ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ เราเตือนทานทั้งหลาย
            สังขารมีความเสื่อมไปเปนธรรมดา ทานทั้งหลายจงทําประโยชนตนและผูอื่น ใหบริบูรณดวยความไมประมาทเถิด”

                    สังขาร หรือสภาพรางกายและจิตใจอันถูกปรุงแตงขึ้น เปรียบเหมือนบานเรือน เปนอพยากตธรรม ไมจัดเปน
            บุญเปนบาป อยางดีเพียงที่ปรากฏใหเห็นอยูภายนอก เปนของสวยของงามแตกตางกันบางก็เทานั้น ความสําคัญอยูที่
            ผูอยูในบานเรือนนั้นตางหากวาเปนใคร ถาเปนผูประเสริฐ บานนั้นก็เปนบานของผูประเสริฐ เชน ถาเปนที่ประทับของ

            พระมหากษัตริยผูทรงทศพิธราชธรรม สถานที่นั้นก็เปนพระราชวังอันพึงเคารพ ในทางตรงกันขาม ถาเปนที่อยูของโจร
            ผูราย สถานที่นั้นก็เปนที่นารังเกียจไมนาเขาใกล สังขารหรือสรีระก็เชนเดียวกัน นอกจากธรรมะ ไมมีอะไรที่จะแบงสรีระ
            ใหดีชั่วสูงตํ่าได แมยังยึดมั่นในตัวเราของเราอยู ก็พึงทําตัวเราคือผูครอบครองนั้น ใหเปนผูมีธรรมะ อบรมคุณสมบัติให
            สมบูรณ รูจักเกื้อกูลผูอื่น ทําชีวิตใหมีสาระ ไมเสียเปลา เพื่อใหสมควรแกการครองอัตภาพ ที่มีความเสื่อมสลายแตกดับ

            ไปทั้งสิ้น ตามธรรมดาของสังขาร
                    ยงฺกิฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพนฺตํ นิโรธมฺมํ สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเปนธรรมดา สิ่งนั้นมีความดับไปเปนธรรมดา
            สังขารเปนสภาพที่ธรรมดาปรุงแตงขึ้น จึงยอมเปนไปตามอํานาจของธรรมดา ผูมีปญญาเทานั้นที่จะสามารถเอาสาร
            ประโยชนจากธรรมดา มาเปนเครื่องหลีกพนจากทุกขได

                    แลวธรรมะใดเลา จะยังใหบุคคลเปนผูมีปญญา ขอรับพระราชทานถวายวิสัชนาวา “สติ” ความระลึกไดเทานั้น
            ที่จะเปนเครื่องชวยอุปการะใหมี “ปญญา” ถาบุคคลขาดสติเสียแลว สังขารยอมปรุงแตงจิต ใหเปนจิตแหงความโลภ
            จิตแหงความโกรธ และจิตแหงความหลง อันเปนมูลเหตุในการพูด และการกระทําความชั่วทุกชนิดขึ้นมา ในทันที

                    สติยอมเกิดรวมกับจิตที่ดีงามทุกประเภท สติจึงมีหลายระดับขั้น ทั้งที่เปนไปในการใหทาน ในการรักษาศีล
            และในการอบรมความสงบของจิต กระทั่งกาวไปสู “มหาสติ” ในการอบรมเจริญปญญา ใหเขาใจถูก เห็นถูกในลักษณะ

            ของรูปธรรมและนามธรรม อันเปนสภาพทุกขที่กําลังปรากฏ ซึ่งลวนเกิดเพราะเหตุปจจัย แลวดับไปไมเที่ยง ไมยั่งยืน
            พลันประจักษความวางจากตัวตน สัตว บุคคล เราเขา ไดอยางเปนธรรมชาติ ในทุกขณะ
                    ปญญาจะเกิดได จําเปนตองมีสติเกิดรวมดวยทุกครั้ง ดังนั้น การรูแจงอริยสัจธรรม ดับกิเลสตามลําดับขั้น

            ตองเปนเรื่องของสติและปญญาเทานั้น ที่เปนไปเพื่อการระลึกรูสภาวธรรม ตามความเปนจริง
                    พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงพระสติระลึกรู จึงทรงดํารงพระชนมชีพ

            อยางสงางามทั้งทางโลกและทางธรรมดวยปญญา สรุปประมวลไดวาพระองคทรงถึงพรอมดวยความไมประมาทในชีวิต
            พระบุญญาธิการจึงไพบูลย ควรที่เราทั้งหลายผูยังอยูเบื้องหลัง จักเรงทําประโยชนตนและประโยชนสวนรวม ตามรอย
            พระยุคลบาท ใหบริบูรณดวยความไมประมาท เพื่อพระผูเสด็จจากไป จักไดทรงอิ่มพระราชหฤทัยวา “กตํ กรณียํ”
            กิจอันตองกระทํา ไดทําเสร็จแลวละ และยอมทรงบันเทิงทิพยารมณอยางมิตองสงสัย สมนัยแหงพระพุทธภาษิตที่วา
            “บุคคลผูมีบุญอันไดทําไวแลว ยอมยินดีในโลกนี้ ละโลกนี้ไปแลว ก็ยอมยินดี คือยอมยินดีในโลกทั้งสอง, ยอมยินดีวา

            บุญเราไดทําไวแลว ครั้นไปสูสุคติแลวก็ยิ่งยินดีกวานี้อีก” ดวยประการฉะนี้
                    ในอวสานแหงพระธรรมเทศนา สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ จะรับพระราชทานสาธยาย ศราทธพรต

            คาถาในมหาสมาคม ซึ่งมีสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจา ผูทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงเปนประธาน เพื่อเพิ่มพูน
            พระอัปปมาทธรรมใหไพบูลย ณ กาลบัดนี้

                                                                      ขอถวายพระพร







                                                            1721
   218   219   220   221   222   223   224   225   226   227   228