Page 321 - จดหมายเหตุงานพระบรมศพ
P. 321
พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ๑๘๑๙
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
ผูอํานวยการบริหารของแผนงานสหประชาชาติเพื่อควบคุมยาเสพติดในนานาประเทศ ไดทูลเกลาฯ ถวาย
เหรียญทองคําสดุดีพระเกียรติคุณ ดานการปองกันและแกไขปญหายาเสพติด
องคการอาหารและเกษตรแหงสหประชาชาติ ไดทูลเกลาฯ ถวายเหรียญอะกริโคลา และเหรียญเทเลฟูด ใน
ฐานะที่ทรงอุทิศพระองคเพื่อการพัฒนาเกษตรไทย ยกระดับชีวิตความเปนอยูของเกษตรกร และความสุขของประชาชน
ชาวไทย ติดตอกัน ๒ ป
องคการอุตุนิยมวิทยาโลก ไดทูลเกลาฯ ถวายรางวัลเทิดพระเกียรติ ในฐานะที่ทรงสนับสนุนงานอุตุนิยมวิทยา
และทรงนําทรัพยากรนํ้ามาใชใหเกิดประโยชน
องคการทรัพยสินทางปญญาโลก ไดทูลเกลาฯ ถวายโลรางวัลนักประดิษฐยอดเยี่ยม จากผลงานการประดิษฐ
เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวนํ้าหมุนชา แบบทุนลอย ที่เรียกวา กังหันนํ้าชัยพัฒนา
โครงการกอตั้งถิ่นฐานมนุษยแหงสหประชาชาติ ไดทูลเกลาฯ ถวายรางวัล เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณที่ทรงบําเพ็ญ
พระราชกรณียกิจ ดวยความวิริยะอุตสาหะ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทย
ใน พ.ศ. ๒๕๔๙ นายโคฟ อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติพรอมคณะ เดินทางมายังประเทศไทย ไดทูลเกลาฯ
ถวายรางวัลความสําเร็จสูงสุดดานการพัฒนามนุษย ของโครงการพัฒนาแหงสหประชาชาติ เปนรูปพานทรงกลม
ทําดวยเงินบริสุทธิ์เปนรางวัล และพรอมกันนี้ องคการยูเนสโก ไดประกาศราชสดุดีเฉลิมพระเกียรติคุณ เนื่องในโอกาสที่
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงครองราชยครบ ๖๐ ป ที่ทรงสรางความสามัคคี
ใหเกิดมีขึ้นในประเทศ เปนรางวัลแรกของโครงการ
รางวัลสําคัญอีกรางวัลหนึ่ง ที่องคการทรัพยสินทางปญญาโลก ไดทูลเกลาฯ ถวายรางวัลดานทรัพยสินทางปญญา
เพื่อการพัฒนาชุมชนใหพสกนิกรกินดีอยูดี พระองคทรงเปนบุคคลแรกที่ไดรับทูลเกลาฯ ถวายรางวัลนี้
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ผูทรงพระคุณอันประเสริฐ ไดเสด็จสวรรคต
สูสวรรคาลัยในวันที่ ๑๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ เปนวันที่ประเทศไทย และพสกนิกรชาวไทย ทั่วราชอาณาจักร
ประสบกับความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ เปนวันที่พสกนิกรทุกถิ่นฐานบานเรือนตางโศกเศราเสียใจรํ่าไห แสดงความอาลัย
สงเสด็จสูสวรรคาลัยดวยความจงรักภักดีโดยถวนหนา ปรากฏการณสําคัญเชนนี้ ทําใหยอนอนุสรณถึงการเสด็จ
ดับขันธปรินิพพานขององคสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจา เมื่อ ๒๕๖๐ ป ที่ผานมา ในครั้งนั้น พระพุทธองคไดตรัส
ปจฉิมวาจากอนเสด็จดับขันธปรินิพพาน ดวยพระพุทธดํารัส ตามที่ไดยกขึ้นเปนนิเขปบทเบื้องตนวา
“หนฺททานิ ภิกฺขเว อามนฺตยามิ โว วยธมฺมา สงฺขารา อปฺปมาเทน สมฺปาเทถา – ติ” แปลความวา ภิกษุทั้งหลาย
เราขอเตือนทานทั้งหลาย สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมสิ้นไปเปนธรรมดา ทานทั้งหลายจงยังประโยชนตน และ
ประโยชนทานใหถึงพรอม ดวยความไมประมาทเถิด ขอรับพระราชทานถวายวิสัชนาพอเปนนิทัสนนัย ดังนี้
ความไมประมาท หมายถึง การมีสติ คือการที่ระลึกได กอนที่จะทํา จะพูด จะคิด รูสึกนึกคิดที่จะสราง
คุณงามความดี สรางสิ่งที่เปนประโยชนนอยใหญ เปนคุณธรรมที่ดี ที่สําคัญ ควรเจริญใหเกิดมีขึ้นในดวงจิต เพราะถาเรา
ไมประมาทแลว จะทํากิจการใด ๆ ก็มีแตผลสําเร็จ เปนหนทางที่ชอบประกอบดวยสุจริต เพราะเหตุที่ความไมประมาท เปน
คุณธรรมที่เปนยอดของความดี ดังนี้ พระผูมีพระภาคเจาจึงตรัสพุทธโอวาทเปนครั้งสุดทาย กอนเสด็จดับขันธปรินิพพาน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลดุลยเดช บรมนาถบพิตร ผูทรงพระคุณอันประเสริฐ พระองคทรงเปน
องคเอกอัครศาสนูปถัมภก เปนองคเอกอัครพุทธมามกะบัณฑิต ปฏิบัติบําเพ็ญพระราชจริยวัตรตั้งอยูในความไมประมาท
๗ ประการ คือ ทรงเปนผูไมประมาทในภาระหนาที่ ทรงเปนผูไมประมาทในบรมเดชานุภาพวาสนาบารมี ทรงเปนผู
ไมประมาทในศรัทธา ทรงเปนผูไมประมาทในการบริหารอารมณ ทรงเปนผูไมประมาทในการฝกตนและคนในชาติ
ทรงเปนผูไมประมาทในวัยและเวลา ทรงเปนผูไมประมาทในบุญกุศล ขอรับพระราชทานอรรถาธิบายโดยนัยสังเขป ดังนี้
1819

