Page 322 - จดหมายเหตุงานพระบรมศพ
P. 322
๑๘๒๐ จดหมายเหตุงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
๑. ความไมประมาทในภาระหนาที่ สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารพระองค ในพระบรมโกศนั้น เมื่อทรง
ขึ้นครองสิริราชสมบัตินั้น เปนชวงเปลี่ยนแปลงการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชยมาเปนประชาธิปไตย อันมี
พระมหากษัตริยทรงเปนประมุข จึงมีงานสําคัญที่จะตองบริหารรับภารธุระเพื่อประเทศชาติและประชาชน ทรงถือวา
ความสุขของประชาชน คือผลประกอบการของพระองค ผืนแผนดินทุกตารางนิ้ว คือที่ทรงงาน ประเทศชาติเปรียบเสมือน
ทองนา ปวงประชาเหมือนพืชพรรณ ความพยายามมุงมั่นของพระองคเหมือนปุย หยดหยาดพระเสโทเหมือนสายธารา
จากฟาชโลมดิน ตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย ชาติสงบสุข คนในชาติสุขสงบรมเย็น ทรงไมประมาทในภาระหนาที่
ทรงอยูเคียงขางกับประชาชนตลอดมา
๒. ความเปนผูไมประมาทในบรมเดชานุภาพวาสนาบารมี สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารพระองค
ในพระบรมโกศนั้น มีพระบรมเดชานุภาพ พระบุญญาธิการสูงสุดบนแผนดินนี้ แมจะทรงตระหนักวา การเปนพระเจาแผนดิน
ที่ชวงระยะเวลาเปลี่ยนแปลงการปกครองมีอันตรายรอบดาน การเสวยราชสมบัติ เปนที่มาแหงพระราชอํานาจ วาสนา
บารมี แตก็ทรงใชพระเมตตาธรรมมากกวาบรมเดชานุภาพ เพื่อรักษาสมดุลทางสังคม พระราชอํานาจเปนนํ้ารอน
พระเมตตาธรรมเปนนํ้าเย็น ทรงถือวาการเปนพระเจาแผนดินเปนโอกาสที่จะไดสรางพระบุญญาธิการ ที่จะสงผลทั้งใน
ชาตินี้และชาติหนา ทรงบมเพาะปลูกฝงรดนํ้าพรวนดินจากเมล็ดพันธุ มากกวาการขุดยายตนไมใหญปลูก การที่พสกนิกร
ไมอยูรอนนอนทุกข ไดพึ่งบรมโพธิสมภารก็เพราะไมทรงประมาทในการเพาะเมล็ดพันธุแหงพระบุญญาธิการ
๓. ความเปนผูไมประมาทในศรัทธา สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารพระองค ในพระบรมโกศนั้น พระองค
ทรงเริ่มตนดวยการปลูกศรัทธากับประชาชน ทรงมองประชาชนเปนนา ศรัทธาคือเมล็ดขาว ความสมหวังในสิ่งที่ปรารถนา
และแรงบันดาลใจเปนปุย เปนนํ้า ประชาชนคือยอดหญา พระราชาคือยอดไผ หากไผไมโนมลงมา ยอดหญาก็หมดโอกาส
พบยอดไผ พระราชากับประชาชนเปนเกียรติยศของกันและกัน เหมือนเพชรยอดมงกุฎ ประเทศชาติที่ขาดพระราชา
เหมือนเคหาขาดคนศรัทธา ศรัทธา คือพลังที่ยิ่งใหญของชาติ การสรางศรัทธาตองใชเวลายาวนาน และบัดนี้ ศรัทธานั้น
ไดเปนเสมือนตนไมใหญ ที่มีกิ่งกานสาขาเจริญงอกงามยิ่งใหญไพศาล เบงบานไปทั่วจักรวาล
๔. ความเปนผูไมประมาทในการบริหารอารมณ สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารพระองค ในพระบรมโกศ
นั้น ทรงเปนนักบริหารอารมณ ทรงถือวาการบริหารอารมณ คือการเจริญวิปสสนากรรมฐาน การบริหารอารมณ คือ
การปฏิบัติธรรม ผูยกจิตอยูเหนืออารมณได ชื่อวาเขาถึงวิมุตติธรรม คือหลุดพนจากการครอบงําของกิเลส แมจะเปนเวลา
ชั่วขณะหนึ่ง เสี้ยววินาทีหนึ่ง ก็มีความหมายยิ่งใหญตอชีวิต กอนการตัดสินใจในเหตุการณที่สําคัญ ๆ พระองคจะทรงสงบนิ่ง
บริหารอารมณ คือทําจิตใหเกิดพลังงาน ใหมีเมตตาธรรมเปนอาวุธ ตลอดเวลาที่ทรงครองราชย ไมวาจะเกิดเหตุการณใด ๆ
ขึ้น จะทรงตั้งสติสัมปชัญญะ เพื่อพิจารณาเหตุที่เกิดปญหา และดับเหตุแหงปญหาที่เกิดนั้น ดวยการเจริญอานาปานสติ
เพื่อดับเหตุแหงทุกขที่เกิดนั้น ดวยการเจริญอานาปานสติ และเจริญวิปสสนากรรมฐาน รักษาอารมณอยางสมํ่าเสมอ
๕. ความเปนผูไมประมาทในการฝกตนและคนในชาติ สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารพระองค ใน
พระบรมโกศนั้น ทรงมุงมั่นที่จะใหคนในชาติมีระเบียบวินัย จึงจะเปนชาติที่เจริญได และยังสามารถที่จะทําการใหญ
ไดสําเร็จ ชนชาติที่มีระเบียบวินัย ทําอะไรก็สําเร็จ รบกับใครก็ชนะ ชาติที่ขาดระเบียบวินัย แมไมไดรบกับใครก็ยัง
พายแพได เหตุเพราะแพใจตนเอง การสรางวินัย เริ่มที่ฝกใจใหแกรงกลา ใชเวลาใหมีคุณภาพ ชาติที่ยิ่งใหญทุกชาติ
ลวนเริ่มตนจากการฝกคนใหมีระเบียบวินัย ฝกใจใหเคารพกติกาของสังคม แมในพระพุทธศาสนา สมเด็จพระสัมมา
สัมพุทธเจา ก็ทรงเรียกหลักปฏิบัติดวยคําเพียงสองคําวา “ธรรมวินัย” ในความเปนจริงในแตละชาติ จะมีคนมาจาก
หลากหลายเผาพันธุ และลัทธิความเชื่อ ถาฝกคนใหมีระเบียบวินัย ฝกใจใหเคารพกฎกติกาแลว ก็จะทําใหการอยูรวมกัน
มีสันติสุข การฝกตนและคนในชาติใหมีระเบียบวินัย คือหัวใจของการสรางชาติใหเขมแข็ง ตลอดเวลาที่ทรงครองราชย
พระองคทรงเปนแบบอยางในการฝกตนและฝกคน ทรงรักษาวินัย กติกากฎหมาย และทรงเนนใหคนในชาติ ฝกกาย
ใหมีวินัย ฝกใจใหเคารพกติกา
1820

