Page 146 - จดหมายเหตุงานพระบรมศพ
P. 146

144            จดหมายเหตุงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
                       มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร




                    ส�านักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะหน่วยงานหลักในการวางแผนของ
            ประเทศ ตระหนักถึงความส�าคัญของแนวคิดดังกล่าว จึงเชิญผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาต่าง ๆ มาร่วมพิจารณา กลั่นกรอง
            พระบรมราโชวาทและพระราชด�ารัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในโอกาส
            ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจพอเพียง สรุปออกมาเป็นนิยาม ความหมาย “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” และน�า

            ความกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัย ซึ่งทรงพระกรุณาปรับปรุง แก้ไข พระราชทาน และโปรดให้
            สศช. น�าไปเผยแพร่เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติของทุกฝ่ายและประชาชนทั่วไป เมื่อวันจันทร์ ที่ ๒๙ พฤศจิกายน พุทธศักราช
            ๒๕๔๒ อันสะท้อนถึงน�้าพระราชหฤทัยที่มีความห่วงใยอย่างลึกซึ้ง มีพระราชปรารถนาให้พสกนิกรตั้งมั่นอยู่ในความดี
            งามยิ่งยวด ดังประมวลได้ ดังนี้

                    พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทอดพระเนตรเห็นความเสี่ยงของ
            เศรษฐกิจและสังคมไทยที่พึ่งพิงปัจจัยภายนอกสูง ภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว

            จึงทรงเตือนให้พสกนิกรตระหนักถึงความส�าคัญของปรัชญาของ
            เศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งน�าสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน และทรงเน้นย�้าว่า
            การพัฒนาต้องเริ่มจากการ “พึ่งตนเอง” สร้างพื้นฐานให้พอมี
            พอกิน พอใช้ด้วยวิธีประหยัดและถูกต้องตามหลักวิชาการให้ได้
            ก่อน โดยต้องรู้จักประมาณตนและด�าเนินการด้วยความรอบรู้

            รอบคอบ ระมัดระวัง และ “ท�าตามล�าดับขั้นตอน” สู่การ “ร่วม
            มือช่วยเหลือซึ่งกันและกัน” เมื่อพัฒนาตนเองและชุมชนให้
            เข้มแข็งแล้วจะได้ “พัฒนาเครือข่ายเชื่อมสู่สังคมภายนอกอย่าง

            เข้มแข็ง มั่นคง และยั่งยืน” ต่อไป
                    พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
            ให้เป็นแนวทางในการด�ารงชีวิตและวิธีปฏิบัติน�าสู่ความสมดุล อันจะส่งผลให้มีความสุขอย่างยั่งยืน โดยมีองค์ประกอบ

            ดังนี้
                    ๑. ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีต่อความจ�าเป็นและเหมาะสมกับฐานะตนเอง สังคม สิ่งแวดล้อม
            รวมทั้งวัฒนธรรมในแต่ละท้องถิ่น ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป และต้องไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น

                    ๒. ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจด�าเนินการอย่างมีเหตุผลตามหลักวิชาการ หลักกฎหมาย หลักคุณธรรม
            และวัฒนธรรมที่ดีงาม โดยค�านึงถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องอย่างถ้วนถี่ “รู้จุดอ่อน จุดแข็ง โอกาส อุปสรรค” และคาดการณ์ผล
            ที่จะเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ “รู้เขา รู้เรา รู้จักเลือก น�าสิ่งที่ดีและเหมาะสมมาประยุกต์ใช้”

                    ๓. การมีภูมิคุ้มกันที่ดี หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม
            สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม จากทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้สามารถบริหารความเสี่ยง ปรับตัว และรับมือได้อย่าง
            ทันท่วงที

                    การปฏิบัติเพื่อให้เกิดความพอเพียงนั้น จะต้องเสริมสร้างให้คนในชาติมีพื้นฐานจิตใจในการปฏิบัติตนดังนี้
                    ๑. มีคุณธรรม ทั้งนี้ บุคคล ครอบครัว องค์กร และชุมชนที่จะน�าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ ต้องน�าระบบ
            คุณธรรมและความซื่อสัตย์สุจริตมาประพฤติปฏิบัติก่อน โดยเริ่มจากการอบรมเลี้ยงดูในครอบครัว การศึกษาอบรมใน

            โรงเรียน การสั่งสอนศีลธรรมจากศาสนา ตลอดจนฝึกจิตข่มใจของตนเอง
                    ๒. ใช้หลักวิชา - ความรู้ โดยน�าหลักวิชาและความรู้เทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ ทั้งในขั้นการวางแผนและ

            ปฏิบัติด้วยความรอบรู้ รอบคอบ และระมัดระวังอย่างยิ่ง
                    ๓. ด�าเนินชีวิตด้วยความเพียร ความอดทน มีสติ ปัญญา และความรอบคอบ








                                                            144
   141   142   143   144   145   146   147   148   149   150   151