Page 149 - จดหมายเหตุงานพระบรมศพ
P. 149
พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ พระปรีชาสามารถ และพระเกียรติคุณ 147
ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง สอดคล้องกับหลักค�าสอนของทุกศาสนาที่ให้ด�าเนินชีวิตตามกรอบคุณธรรม ไม่ท�าการสิ่งใด ๆ
ที่เบียดเบียนตนเองหรือผู้อื่น ไม่ฟุ้งเฟ้อหรือท�าอะไรที่เกินตัว รู้จักแบ่งปันและช่วยเหลือผู้อื่นตามความเหมาะสม และ
ก�าลังความสามารถของตน ด�าเนินชีวิตบนทางสายกลาง คือ ค�านึงถึงความพอดี ไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป
แนวพระรำชด�ำริทฤษฎีใหม่
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทาน ทฤษฎีใหม่ ส�าหรับเกษตรกร
เพื่อเดินทางไปสู่ความพอเพียง เนื่องจากระบบทุนนิยมกระตุ้นให้เกษตรกรปลูกพืชเชิงเดี่ยว เช่น ปลูกข้าว อ้อย ยางพารา
ปอ หรือสับปะรดเพียงอย่างเดียว เพราะขณะนั้นมีรายได้ดี แทนที่จะปลูกหลาย ๆ อย่างไว้กินและใช้เองในครอบครัว
และไว้ขายด้วย หากพืชนั้นมีปัญหาก็ไม่สามารถมีรายได้จากทางอื่น และยังต้องหาพืชอื่น ๆ มาท�าอาหารบริโภคอีกด้วย
ยกตัวอย่างเช่น ชาวนาที่ปลูกข้าวอย่างเดียว พอขายข้าวเปลือกแล้วก็ต้องซื้อข้าวสาร และผักอื่น ๆ ส�าหรับบริโภค
จึงช่วยตัวเองไม่ได้ หากปีไหนฝนไม่แล้งและพืชนั้นราคาสูง ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าปีไหนแล้งก็จะท�าความเสียหายได้ พระองค์
จึงให้ความส�าคัญกับการท�าเกษตรเพื่อพออยู่พอกินก่อน โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็นสัดส่วน ๓๐ : ๓๐ : ๓๐ : ๑๐
๓๐ เปอร์เซ็นต์แรก ให้ขุดสระน�้า เพื่อเก็บกักน�้าไว้ใช้โดยไม่หวังพึ่งน�้าจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว สระน�้านี้ยัง
สามารถเลี้ยงปลาได้อีกด้วย เป็นอาหารโปรตีนราคาถูก และหากมีมากยังขายเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง
๓๐ เปอร์เซ็นต์ที่สอง ปลูกข้าว เพื่อไว้บริโภค ร�าข้าวใช้เลี้ยงหมูได้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล
อดุลยเดช บรมนาถบพิตร สอนว่าข้าวกล้องคุณค่าทางอาหารสูง เพราะที่สีออกไปเพื่อให้ได้ข้าวขาวนั้นเป็นการเอาสิ่งที่มี
ประโยชน์ออกไปหมด ได้ความสวยงามและความอร่อยแต่ประโยชน์น้อย ท�าให้คนไทยหันมานิยมรับประทานข้าวกล้อง
ซึ่งในปัจจุบันเป็นที่นิยมและราคาแพงกว่าข้าวขาว เพราะฉะนั้นหมูที่กินร�าข้าวกลับได้กินของที่ดีที่สุด
๓๐ เปอร์เซ็นต์ที่สาม ปลูกพืชไร่ พืชสวน และผักสวนครัวส�าหรับบริโภคและขายได้ เช่น พริก หอม ตะไคร้
กระเทียม มะพร้าว ผัก และผลไม้ต่าง ๆ เมื่อท�าครบถ้วนแล้วจะสามารถมีอาหารบริโภคโดยไม่ต้องซื้ออะไรเลย
ไม่มีสารพิษด้วย
๑๐ เปอร์เซ็นต์ที่เหลือเป็นที่อยู่อาศัย
147

