Page 147 - จดหมายเหตุงานพระบรมศพ
P. 147

พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ พระปรีชาสามารถ และพระเกียรติคุณ  145





                    การประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงส�าหรับสังคมแต่ละระดับ
                    เศรษฐกิจพอเพียงสามารถน�ามาประยุกต์ใช้ได้กับสังคมทุกระดับได้แก่

                    ๑. ระดับบุคคลและครอบครัว
                    เศรษฐกิจพอเพียงระดับบุคคลและครอบครัวนั้น คือ ความสามารถในการด�ารงชีวิตได้อย่างไม่เดือดร้อน

            ก�าหนดความเป็นอยู่ได้อย่างประมาณตนตามฐานะ ตามอัตภาพ และที่ส�าคัญไม่หลงใหลไปตามกระแสวัตถุนิยม
            มีอิสรภาพ เสรีภาพ ไม่มีพันธนาการอยู่กับสิ่งใด สามารถให้ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนใน ๕ ด้าน คือ พึ่งตนเองได้ทางจิตใจ
            สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และทางเศรษฐกิจ รู้จักค�าว่า “พอ” และไม่เบียดเบียนผู้อื่น

            พยายามพัฒนาตนเองเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและความช�านาญ และมีความสุขและความพอใจกับชีวิตที่พอเพียง
            ยึดเส้นทางสายกลางในการด�ารงชีวิต เช่น ไม่ซื้อของมากมายเกินความจ�าเป็น หากพิจารณาให้ดีจะเห็นว่าของหลายอย่าง
            ที่ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้ เป็นขยะรกบ้าน ความสุขอยู่ที่ความพอใจในชีวิตที่พอเพียง

                    ๒. ระดับชุมชน ประกอบด้วยบุคคลและครอบครัวที่มีความพอเพียงแล้ว
                    คนในชุมชนรวมกลุ่มท�าประโยชน์เพื่อส่วนรวม โดยอาศัยภูมิปัญญาและความสามารถของบุคคลและชุมชน
            ซึ่งในการด�าเนินงานของชุมชนให้ได้ประสบผลส�าเร็จ จะต้องมีส�านึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต ด�าเนินงานด้วยความ

            โปร่งใส ตรงไปตรงมา ตรวจสอบได้ ด�าเนินงานด้วยความพอประมาณอย่างมีเหตุผลไม่สนับสนุนการลงทุนจนเกินตัว
            ด�าเนินงานอย่างรอบคอบ มีสติ ปัญญา อีกทั้งต้องมีความรอบรู้ที่เหมาะสมเพื่อน�ามาปรับปรุงการด�าเนินงานของชุมชน
            ให้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และน�ามาสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากทั้งภายในและภายนอก และ
            มีการพัฒนาไปสู่เครือข่ายระหว่างชุมชนต่าง ๆ

                    นอกจากนี้ การอยู่ร่วมกันในครอบครัวและชุมชน ต้องถนอมน�้าใจและอยู่ร่วมกันให้ได้ อาศัยภูมิปัญญาและความ
            สามารถของตนเองและชุมชน มีความเอื้ออาทรต่อกันระหว่างสมาชิกชุมชน จะช่วยให้มีเครือข่ายเกิดพลังขึ้น ช่วยเหลือ

            ซึ่งกันและกัน ปัจจุบันคนในเมือง มักจะไม่รู้จักคนข้างบ้าน เพราะตื่นเช้าก็ต้องรีบออกจากบ้านไปท�างาน ไม่เหมือนสังคม
            สมัยก่อนที่มักจะรู้จักกันหมด จึงเห็นได้ว่าสังคมของเราก�าลังอ่อนแอลงไปทุกที
                    ๓. ระดับรัฐหรือระดับประเทศ ประกอบด้วยสังคมต่าง ๆ ที่เข้มแข็ง

                    เป็นการบริหารป้องกันประเทศ โดยเริ่มจากการวางรากฐานให้ประชาชนส่วนใหญ่อยู่อย่างพอมีพอกิน และพึ่ง
            ตนเองได้ มีความรู้และคุณธรรมในการด�าเนินชีวิต มีการรวมกลุ่มของชุมชนหลายๆ แห่ง เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ สืบทอด
            ภูมิปัญญา และร่วมกันพัฒนาตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงอย่างรู้ รัก สามัคคี เสริมสร้างเครือข่าย เชื่อมโยงระหว่าง

            ชุมชนให้เกิดเป็นสังคมแห่งความพอเพียง
                    การพัฒนาระดับประเทศเป็นการวางรากฐานของประเทศ ว่าควรเดินไปข้างหน้าอย่างไร แค่ไหน ต้องดูสมรรถนะ
            หรือจุดแข็งของเราเสียก่อน พอประมาณของเราอยู่แค่ไหน ศักยภาพของเราอยู่ที่ไหน ก็ควรไปทางนั้น เช่น อาหาร

            มีนโยบาย “ครัวไทยสู่ครัวโลก” เราน่าจะท�าได้ เพราะอาหารของเราอร่อย และมีคุณภาพมากกว่าหลาย ๆ ประเทศ
            และเราเป็นประเทศเกษตรและมีวัตถุดิบมากมาย ถ้าได้รับการส่งเสริมจะได้ประโยชน์ตั้งแต่คนผลิตวัตถุดิบจนถึง
            นักธุรกิจ เพียงแค่ผลิตฮาลาลส่งบรูไน มาเลเซีย ตะวันออกกลาง ก็น่าจะมีรายได้มากเพียงพอแล้ว ถ้าเลือกให้เหมาะสม
            เราจะสามารถไปสู่ที่ ๑ ของโลกได้

                    ๔. ระดับนักธุรกิจ
                    เริ่มจากความมุ่งมั่นในการด�าเนินธุรกิจที่หวังผลประโยชน์หรือก�าไรในระยะยาวมากกว่าระยะสั้น ยอมรับการ

            มีก�าไรในระดับพอประมาณ “Normal Profit” และมีเหตุมีผลที่พอเพียงต่อนักธุรกิจที่ลงทุนหรือผู้ถือหุ้น และต้องไม่
            เป็นการแสวงหาก�าไรโดยการเอาเปรียบผู้บริโภคหรือผิดกฎหมาย หลักของเศรษฐกิจพอเพียงไม่ปฏิเสธการส่งออก แต่









                                                            145
   142   143   144   145   146   147   148   149   150   151   152