Page 379 - จดหมายเหตุงานพระบรมศพ
P. 379
พระราชพิธีทรงบำาเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ 377
พระธรรมเทศนา กตัญญูกตเวทิตากถา
ในพระราชพิธีทรงบ�าเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย พระบรมมหาราชวัง
วันอังคาร ที่ ๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙
พระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
รับพระราชทานถวายวิสัชนา
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทธฺสฺส
สปฺปุริโส จ โข ภิกฺขเว กตญฺญู โหติ กตเวที
สพฺภิเหต� ภิกฺขเว อุปญฺญาต� ยทิท� กตญฺญุตา กตเวทิตา เกวลา
เอสา ภิกฺขเว สปฺปุริสภูมิ ยทิท� กตญฺญุตา กตเวทิตาติ.
บัดนี้ จักรับพระราชทานถวายวิสัชนาพระธรรมเทศนา ในกตัญญูกตเวทิตากถา ฉลองพระเดชพระคุณประดับพระปัญญาบารมี
อนุรูปพระราชกุศลบุญราศีทักษิณานุปทานกิจ ซึ่งสมเด็จบรมบพิตรพระราชสมภารพระองค์ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงบ�าเพ็ญอุทิศ
ถวายสมเด็จพระบรมชนกาธิราชพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในอภิลักขิตสมัยคล้ายวันพระราชสมภพซึ่งเวียนมา
บรรจบปีที่ ๘๙ ในวันจันทร์ ที่ ๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ ด้วยอ�านาจแห่งพระราชกตัญญูกตเวทิตาธรรม เป็นไปตามนัยที่สมเด็จ
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสแสดงไว้ว่า เปตาน� ทกฺขิณ� ทชฺชา ปุพฺเพกตมนุสฺสร� ความว่า “เมื่อระลึกถึงอุปการะอันท่านได้ท�าไว้แล้ว
พึงกระท�าทักษิณาเพื่อท่านผู้ล่วงลับไปแล้ว” ดังนี้
โดยปรกติทุกปีมาเป็นระยะเวลาเนิ่นนานร่วม ๗ ทศวรรษ ทุกวันที่ ๕ ธันวาคม ย่อมเป็นวันอุดมมงคลที่อาณาประชาราษฎร์
นิกรชนทุกถ้วนหน้า ต่างพากันโสมนัสยินดีด้วยเป็นมงคลดิถีเฉลิมพระชนมพรรษา จัดว่าเป็นวันชาติไทย ครั้นสมเด็จบรมบพิตร พระบาท
สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคตล่วงลับไป ย่อมยังให้เกิดความว้าเหว่โศกาดูรพูนเทวษ เพราะเหตุที่ทรงเป็นดั่งบิดา
ถนอมเลี้ยงบุตร ทรงประพฤติธรรมตามพระบรมพุทโธวาท สมควรแห่งการสักการบูชาของชนทุกชั้น ดังนี้ เพื่อให้กรณียะอันเคยทรงบ�าเพ็ญ
เป็นนิพัทธจริยาเนืองนิตย์ ส�าเร็จเป็นทักษิณาอย่างดี สมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้พระบรมราชโอรส จึงทรงน�าพระบรมวงศานุวงศ์
ข้าทูลละอองธุลีพระบาทและอาณาประชาราษฎร์ ให้มีจิตสโมสรในธรรม อนุสนธิตามอดีตประเพณี ณ วาระเช่นนี้ จักได้ทรงอาราธนา
พระมหาเถระมาถวายพระธรรมเทศนามงคลวิเสส ท่ามกลางมหาสันนิบาตในพระราชฐานเป็นการศุภมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา มาบัดนี้
สมเด็จพระบรมบพิตรรัชกาลปัจจุบัน ยังทรงพระราชอนุสรณ์ให้มีการทรงบ�าเพ็ญพระราชกุศลพิเศษถวายสมเด็จพระบรมชนกนาถ
แม้มิใช่การเฉลิมพระชนมพรรษาดั่งเคย แต่ย่อมเป็นเครื่องเพิ่มพูนพระบารมีให้ยิ่งใหญ่ เพราะพระพุทธธรรมนี้ย่อมเป็นพลวเหตุเป็นก�าลัง
ตักเตือนพระราชหฤทัย ให้ทรงบ�าเพ็ญปิตุปัฏฐานธรรม และสัมมาปฏิบัติ ทั้งปรัตถประโยชน์อย่างสัตบุรุษ เพราะพระพุทธธรรมนี้
เป็นคุณสมบัติชักน�าให้ประกอบแต่กรณียะอันเป็นที่ตั้งแห่งสุขอิฐวิบุลผลเป็นปฐมมงคลเหตุแห่งทศมรัชสมัย อันประเดิมไว้ด้วยพระกตัญญู
กตเวทิตาคุณ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชสมภพมายังโลกนี้เมื่อ ๘๙ ปีก่อน เพื่อยังความเกษมสุข
แก่มหาชนนิกรให้บังเกิด ทรงรับพระราชภาระในพระราชสถานะประมุขแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ และแห่งราชอาณาจักรไทย ไว้ด้วย
ก�าลังแห่งพระราชกุศลธรรมเป็นอเนกปริยาย ธรรมประการที่ทรงด�ารงมั่นไว้ในพระราชหฤทัยสม�่าเสมอเป็นปรกติวัตรแห่งพระราชจริยา
คือ ความกตัญญูกตเวที สมดังพระพุทธานุศาสนี รับรองไว้ถึงภูมิธรรมพื้นฐานของความเป็นคนดี ดังรับพระราชทานเชิญมาเป็นนิกเขปบท
เบื้องต้นว่า สปฺปุริโส จ โข ภิกฺขเว กตญฺญู โหติ กตเวที เป็นต้น
ความว่า “ภิกษุทั้งหลาย สัตบุรุษย่อมเป็นคนกตัญญูกตเวที ก็ความเป็นคนกตัญญูกตเวทีนี้ สัตบุรุษทั้งหลายสรรเสริญ ดูกรภิกษุ
ทั้งหลาย ความเป็นคนกตัญญูกตเวทีทั้งหมดนี้เป็นภูมิของสัตบุรุษ”
ตามธรรมดา ในการปลูกสร้างบ้านเรือน ปราสาทราชวัง หรือโบสถ์วิหารลานเจดีย์ก็ตาม สิ่งส�าคัญยิ่งกว่าช่อฟ้าใบระกาหรือ
ยอดฉัตร ก็คือการวางรากฐาน ถ้าวางรากฐานไว้ดีคือให้มั่นคงแข็งแรงก็ย่อมจะทานรับน�้าหนักของส่วนบนภาคพื้นเหนือพื้นดินได้ดี และ
สามารถจะอยู่ได้นานหลายชั่วคน แต่ถ้าการปลูกสร้างที่วางรากฐานเบื้องล่างไว้ไม่ดี บางทีการสร้างยังไม่ทันเสร็จก็พังแล้ว การวางรากฐาน
การก่อสร้างมีอุปมาฉันใด การวางรากฐานของวิถีชีวิตคนก็มีอุปมัยฉันนั้น

