Page 393 - จดหมายเหตุงานพระบรมศพ
P. 393

พระราชพิธีทรงบำาเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ  391





                    เมื่อใกล้วาระเสด็จสวรรคตครบ ๑ ปี องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ ได้ประกาศถวาย
            ราชสดุดีในที่ประชุมวันสันติภาพโลก โดยน้อมน�าหลักการทรงงานมาเป็นนโยบายผลักดันการพัฒนาอย่างยั่งยืนส�าหรับโลกในเป้าหมาย
            ๑๕ ปี ประจักษ์พยานเห็นแจ้งกระจ่างชัดไปสู่สากลปานฉะนี้ จึงทรงเป็น “ธรรมมิกมหาราชาธิราชเจ้า” ผู้ยิ่งใหญ่กว่าราชาทั้งปวง ในทุก
            นิยามและทุกพระราชสมัญญา
                    ในที่สุด ความเป็น บรมนาถบพิตร ที่ทรงด�ารงอยู่ ไม่ได้หมายถึงการให้ใครต่อใครมาร�่าร้อง พึ่งพาพระองค์ไปชั่วกัลปาวสาน
            เพราะความหวังเช่นนั้นมิใช่การพัฒนาอย่างยั่งยืน หากทรงพระราชประสงค์คุณลักษณะอันยั่งยืนอย่างแท้จริง ได้แก่ การให้แต่ละบุคคล
            เข้ามาต่อดวงประทีปทางปัญญาที่ทรงจุดพระราชทานไว้ แล้วน�าไปส่องทางขยายผลสู่ตนเอง สู่ครอบครัว และสู่ชุมชน เพื่อให้แต่ละคน
            แต่ละท้องถิ่นสามารถพึ่งพาตนเองได้ ยืนหยัดอยู่ได้ด้วยขาของตนเอง เป็นความสว่างไสวทั่วราชอาณาจักรไทย และทั่วโลกนี้ด้วยสติ
            และด้วยปัญญา
                    นาถะ โดยนัยนี้ เท่ากับเป็นการพระราชทานที่พึ่งอันสูงสุด คือพระราชทาน “ชีวิต” ที่ประกอบด้วย “ปัญญา” แก่มนุษยชาติ
            ให้สามารถกระท�า “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” สมดังพระพุทธานุศาสนี เหตุฉะนี้จึงทรงเป็น“บรมนาถบพิตร” สมดังพระปรมาภิไธย แม้เสด็จ
            สวรรคตล่วงลับไปนานถึง ๑ ปีแล้ว แต่พระราชคุณูปการยังผ่องแผ้วปรากฏอยู่ ให้ได้ร�าลึกถึงและเจริญรอยตาม

                    ณ ยามเย็นเช่นนี้เมื่อ ๑ ปีที่ล่วงแล้ว มองไปหนใดในแผ่นดินไทย ย่อมเห็นแต่น�้าตาหลั่งริน และยินแต่เสียงร�่าไห้คร�่าครวญของ
            อาณาประชาชน ประหนึ่งโลกนี้มืดมนอนธการเสียเหลือเกิน แต่ ณ วันนี้บัดนี้เวลาล่วงผ่านไป ๑ ปีแล้ว ความโทมนัสอาจค่อย ๆ ทุเลา
            ลงบ้าง เพราะเราทั้งหลายต่างได้สติระลึกรู้ว่าประเทศไทยจะต้องยังคงด�ารงอยู่ต่อไปอย่างผาสุกสถาพร คนไทยต้องพาตนไปตามหนทาง
            ที่สมเด็จบรมนาถบพิตรพระองค์นั้นได้พระราชทานไว้ ซึ่งหาได้ล่วงลับดับไปกับพระวรกาย แลยังค่อย ๆ มองเห็นแสงสว่างเรืองรอง
            รออยู่สู่วันหน้า ด้วยสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า รัชกาลปัจจุบัน ยังเสด็จสถิตที่พระประมุข ด�ารงพระบรมราชจักรีวงศ์สืบมา
            ตามครรลองพระราชธรรมแห่งสมเด็จพระบรมชนกกาธิราช อันสมนัยพระพุทธพจน์ที่ว่า สพฺพ� รฏฺ� สุข� โหติ ราชา เจ โหติ ธมฺมิโก.
            ความว่า “ถ้าพระราชาเป็นผู้ทรงธรรม ราษฎรทั้งปวงก็เป็นสุข”
                    อิมินา กตปุญฺเญน ด้วยอ�านาจพระราชกุศลครบรอบ ๑ ปี แห่งวันสวรรคต จงส�าเร็จเป็นบุญนฤธีแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร
            มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สมพระบรมราชูทิศ ที่สมเด็จพระบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ
            ทรงบ�าเพ็ญเพิ่มพูนพระบารมีธรรมถวายโดยพระฐานนิยมทุกประการ
                    ในปริโยสานกาลแห่งพระธรรมเทศนา พระสงฆ์จตุรวรรคจักรับพระราชทานสวดคาถาธรรมบรรยาย เพื่อเพิ่มพูนพระราชศรัทธา
            ปสาทะถวายให้ยิ่งไพบูลย์สืบไป

                    รับพระราชทานถวายวิสัชนาพระธรรมเทศนาใน บรมนาถบพิตรกถา ยุติลงด้วยประการฉะนี้.

                                                                           ขอถวายพระพร



            ณ วันเสาร์ ที่ ๑๔ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๐

                    เจ้าพนักงานเตรียมการตั้งแต่งและตรวจแต่งเครื่องประกอบพระราชพิธีภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท บริเวณ
            พระลานพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และหอนิเพทพิทยาไว้พร้อม โดยมีการตั้งแต่งแตกต่างจากวันก่อน ดังนี้
                    มุขด้านทิศตะวันออก ทิศเหนือ และศาลาทิมคดหลังตะวันตก

                    จัดอาสน์สงฆ์เป็นที่ส�าหรับพระสงฆ์ที่สวดพระพุทธมนต์แต่วันก่อนรับพระราชทานฉันเพล แห่งละ ๑๐ รูป รวม ๓๐ รูป

                    มุขด้านทิศใต้
                    ข้างพระแท่นมหาเศวตฉัตรที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประจ�าพระชนมวารพระบรมศพ ตั้งโต๊ะเตี้ยวางส�ารับ
            ภัตตาหารถวายพระพุทธรูป

                    หอนิเพทพิทยา ชั้น ๒

                    ตั้งโต๊ะส�าหรับพระสงฆ์ที่จะสดับปกรณ์เท่าพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
            บรมนาถบพิตร จ�านวน ๘๙ รูป รับพระราชทานฉันเพล โต๊ะละ ๑๐ รูป
   388   389   390   391   392   393   394   395   396   397   398