Page 325 - จดหมายเหตุงานพระบรมศพ
P. 325

พระราชพิธีทรงบำาเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ  323





            จราจร ปัญหาอุทกภัย ปัญหาน�้าเน่าเสีย เป็นต้น ทรงสละความสุขเกษมส�าราญส่วนพระองค์ในพระราชวัง ทรงล�าบากตรากตร�า
            พระวรกาย เพื่อทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ มิได้ทรงเห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย ยากล�าบากพระองค์ แม้ในยามที่ประเทศชาติประสบภาวะ
            เศรษฐกิจตกต�่า อันเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจโลก เป็นต้น ข้าวยากหมากแพง ประชาชนขาดที่พึ่ง พระองค์จึงได้พระราชทานแนวทาง
            ด�ารงชีพแบบ เศรษฐกิจพอเพียง และ ทฤษฎีใหม่ เป็นต้น ให้พสกนิกรชาวไทยของพระองค์พึ่งตนเองได้ ใช้ภูมิแผ่นดินให้เกิดประโยชน์
            สูงสุด ประกอบอาชีพ อยู่กินตามอัตภาพพอเพียง ซึ่งประชาราษฎรได้น้อมน�ามาปฏิบัติตาม เกิดเป็นผลดีได้รับความสุขตราบเท่าทุกวันนี้
                    พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชสมัญญาว่า ภูมิพล อันพระราชสมัญญาว่าภูมิพลนั้น สมเด็จ
            พระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงมีรับสั่งกับพระเจ้าอยู่หัวพระองค์นั้นว่า อันที่จริง เธอก็ชื่อภูมิพล ที่แปลว่าก�าลังของแผ่นดิน
            แม่อยากให้เธออยู่กับดิน ดังนี้ อันว่า แผ่นดิน ในที่นี้คงหมายถึง ประเทศชาติ และประชาชน ที่ว่า อยู่กับดิน คงหมายถึง อยู่กับประเทศ
            ชาติและประชาชน ได้แก่ ทรงปกครองประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรือง มั่นคง สงบร่มเย็น ประชาชนอยู่ดีกินดี มีความสุขนั่นเอง ซึ่งข้อนี้เป็น
            ที่ประจักษ์ชัดแก่ปวงชนชาวไทย และนานาอารยประเทศทั่วโลก จึงได้รับทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเหรียญรางวัลเกียรติยศต่าง ๆ เป็น
            อันมาก นอกจากนี้ ทรงได้รับมอบปริญญากิตติมศักดิ์มากเป็นสถิติโลกถึง ๑๓๖ ฉบับ นับเป็นเกียรติประวัติอันยิ่งใหญ่ แก่ประเทศชาติ
            และประชาชนชาวไทย ที่เป็นเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่า พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีพระปรีชาสามารถ ทรงปกครองประเทศชาติ
            โดยธรรม ทรงด�ารงมั่นอยู่ในธรรมโดยสม�่าเสมอ ตามพระปฐมบรมราชโองการที่ทรงให้ไว้ในวันเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติว่า เราจะ
            ปกครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ดังนี้ แล้วพระองค์ก็ทรงปกครองภูมิแผ่นดิน คือ ประเทศชาติ
            และประชาชนโดยธรรม โดยสม�่าเสมอ อย่างแท้จริงโดยตลอด เป็นระยะเวลา ๗๐ ปี
                    ก็แลธรรมที่เป็นอาจิณณปฏิปทา ในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจของพระองค์โสตหนึ่ง ที่ยกมาแสดงในพระธรรมเทศนากัณฑ์นี้
            ได้แก่ พลธรรม ๕ ประการ ซึ่งจัดเป็นก�าลังภายใน ที่จะส่งเสริมจิตใจให้เข้มแข็ง สามารถปฏิบัติกรณียกิจทั้งหลายให้ส�าเร็จลุล่วงไปได้ด้วย
            ดี เพราะถ้ามีจิตใจอ่อนแอ ไฉนเลยที่จะท�าอะไร ๆ ให้ส�าเร็จได้ ทางพระพุทธศาสนา สมเด็จพระบรมศาสดาทรงสอนให้อบรมพลธรรม
            ให้เกิดขึ้นในใจ ให้ครบถ้วนบริบูรณ์ จิตใจจะได้เข้มแข็งมีพลัง สมดังพระพุทธวจนบาลี ที่มีมาในอังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ที่ยกขึ้น
            เป็นนิเขปบท ณ เบื้องต้นนั้นว่า

                             ปญฺจิมานิ ภิกฺขเว พลานิ กตมานิ ปญฺจ สทฺธาพล� วิริยพล� สติพล� สมาธิพล� ปญฺญาพล�


                    ความว่า ภิกษุทั้งหลาย ก�าลัง ๕ ประการนี้คือ ก�าลังศรัทธา ๑ ก�าลังวิริยะ ๑ ก�าลังสติ ๑ ก�าลังสมาธิ ๑ ก�าลังปัญญา ๑ ดังนี้
                    ตามพระบาลีพุทธวจนะนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงธรรม อันเป็นแรงผลักดันในภายใน ให้บุคคลผู้ที่มีและน�ามาใช้ปฏิบัติ
            ให้ได้รับความส�าเร็จสมประสงค์ ในสิ่งพึงปรารถนาทุกประการ
                    พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระองค์นั้น ทรงด�ารงมั่นอยู่ในพลธรรมทั้ง ๕ และทรงน้อมน�ามาประพฤติ
            ปฏิบัติ ในการปกครองภูมิแผ่นดิน คือ ปกครองประเทศชาติและประชาชน จนประสบความส�าเร็จ มีความเจริญรุ่งเรือง สงบร่มเย็นเป็นสุข
            อยู่ทุกทิพาราตรีกาล พลธรรมทั้ง ๕ นี้ จึงเป็น ภูมิพลธรรม คือ เป็นธรรม เป็นพลังของแผ่นดิน โดยแน่แท้ จักขอรับพระราชทานถวาย
            วิสัชนา พลธรรม ในปริยายแห่งภูมิพลัง พอเป็นนิทรรศนะนัย ดังต่อไปนี้
                    ประการที่ ๑ ศรัทธาพลัง ก�าลังคือศรัทธา อันศรัทธานั้นแปลว่า ความเชื่อถือ ความเชื่อมั่น มีลักษณะปลงใจ ปักใจลงไป
            มอบกายใจลงไปในสิ่งนั้น ๆ เป็นความรู้สึกทางใจที่แน่วแน่ เมื่อใจมีศรัทธาขึ้นแล้วเช่นนี้ ก็จะท�าให้บุคคลนั้น มีความกล้าที่จะลงมือท�า
            ในสิ่งนั้น ศรัทธาที่จะให้ส�าเร็จและน�าความสุขมาให้นั้น ต้องเป็น ญาณสัมปยุตสัทธา ความเชื่อมั่นที่มีปัญญาคอยก�ากับอยู่ เพราะได้
            ใช้ปัญญากลั่นกรองถูกต้องดีแล้วจึงเชื่อ ศรัทธาในที่นี้ท่านว่ามีความหมายรวมไปถึงความจงรักภักดี ส�าหรับประชาชนชาวไทย ได้แก่
            ความเชื่อเลื่อมใส จงรักภักดีที่ตั้งมั่นอยู่ในไตรรงค์ (คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์) ซึ่งเป็นสถาบันหลักแห่งประเทศชาติบ้านเมือง
            ทางพระพุทธศาสนาสอนให้เชื่อเลื่อมใสในหลักกรรม คือ การกระท�าของตน อันเป็นผลให้บังเกิดความส�านึกในความรับผิดชอบชั่วดี
            คือความรับผิดชอบต่อกรรม ได้แก่การกระท�าที่ตนได้กระท�าลงไป และมีความเชื่อเลื่อมใส ตั้งมั่นในพระพุทธาทิรัตนไตร ศรัทธาในทาง
            ที่ถูกต้องนี้ เมื่อตั้งมั่นย่อมท�าให้ปราศจากความสงสัยลังเลใด ๆ ทั้งสิ้น มีความแน่ใจที่มั่นคง ศรัทธาเช่นนี้แล ที่พระพุทธองค์ตรัสว่า
            สทฺธา สาธุ ปติฏฺิตา ศรัทธาตั้งมั่นแล้ว ยังประโยชน์ให้ส�าเร็จ และว่า สุขา สทฺธา ปติฏฺิตา ศรัทธาตั้งมั่นแล้ว น�าสุขมาให้ ดังนี้ ศรัทธา
            นี้ จึงเป็นพลังธรรมอันส�าคัญที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงพระคุณอันประเสร็ฐด้วยศรัทธาพระองค์นั้น ทรงใช้
            เป็นพลังขับเคลื่อนภูมิแผ่นดิน คือประเทศชาติและประชาชน ให้เจริญรุ่งเรืองอยู่เย็นเป็นสุขมาตลอดกาล ศรัทธาจึงเป็นภูมิพลังประการแรก

                    ประการที่ ๒ วิริยพลัง ก�าลังคือวิริยะ อันวิริยะนั้นแปลว่า ความเป็นผู้กล้า เข้มแข็ง เผาผลาญ (กิเลส) มุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว
            ไม่ท้อแท้อ่อนแอ ในทางที่ถูกต้องดีงาม ความกล้าที่เป็นวิริยพลังนั้น ท่านแสดงไว้ว่า ต้องประกอบด้วยคุณลักษณะเหล่านี้คือ วีโร แกล้วกล้า
   320   321   322   323   324   325   326   327   328   329   330