Page 328 - จดหมายเหตุงานพระบรมศพ
P. 328
326 จดหมายเหตุงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร
ตั้งแต่วันพฤหัสบดี ที่ ๒๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๕ ในเวลาที่ผ่านมานับแต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล
อดุลยเดช บรมนาถบพิตร สวรรคต รัฐบาลได้ชะลอการด�าเนินการในส่วนของรัฐบาลไว้ก่อนเพื่อสนองพระราชด�าริของ
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ที่ว่ายังไม่สมควรด�าเนินการใดที่แสดงถึงการมี
พระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ในระหว่างที่ประชาชนอยู่ในภาวะทุกข์โศกและยากจะท�าใจ พระองค์เองก็ทรงขอเวลา
ร่วมทุกข์และท�าใจเช่นเดียวกับประชาชนจนกว่าการพระราชพิธีพระบรมศพจะผ่านพ้นไประยะหนึ่ง ต่อมามีพระราชด�าริว่า
เมื่อการบ�าเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทานผ่านพ้นจนถึงปัญญาสมวารครบ ๕๐ วัน คือวันพฤหัสบดี ที่ ๑ ธันวาคม
พุทธศักราช ๒๕๕๙ แล้ว จึงค่อยด�าเนินการต่อไป พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับกระแสพระราชด�าริ
ใส่เกล้าใส่กระหม่อมด้วยความส�านึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้
ครั้นการพระราชพิธีทรงบ�าเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ และการเตรียมการพระราชพิธีถวายพระเพลิง
พระบรมศพด�าเนินไปโดยเรียบร้อยสมพระเกียรติยศถ้วนถึง ๕๐ วัน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มี
หนังสือส�านักนายกรัฐมนตรี ที่ นร ๐๕๐๗/๔๔๕๔๙ ลงวันอังคาร ที่ ๒๙ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ ถึงประธานสภา
นิติบัญญัติแห่งชาติ แจ้งเรื่องการสถาปนาแต่งตั้งพระรัชทายาทไว้แล้วตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์
พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ ขอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณาด�าเนินการต่อไป
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ครั้งที่ ๗๖/๒๕๕๙
(เป็นพิเศษ) เมื่อวันอังคาร ที่ ๒๙ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ แจ้งให้ที่ประชุมพิจารณาด�าเนินการตามมาตรา ๒
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ประกอบกับมาตรา ๒๓ ของรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ อัญเชิญองค์พระรัชทายาทขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สืบไป สภานิติบัญญัติ
แห่งชาติท�าหน้าที่รัฐสภารับทราบและให้ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติน�าความกราบบังคมทูลอัญเชิญ สมเด็จพระบรม
โอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ขึ้นทรงราชย์เป็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของปวงประชาชน
ชาวไทยสืบไป โอกาสนี้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ยืนขึ้นเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยแด่สมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลใหม่ กล่าวค�าถวายพระพรว่า ขอพระองค์ทรงพระเจริญ แล้วถวายความเคารพพร้อมกัน
ณ วันพฤหัสบดี ที่ ๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ เวลา ๑๙ นาฬิกา ๑๖ นาที หลังเสด็จพระราชด�าเนินกลับ
จากการพระราชพิธีทรงบ�าเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวารถวายพระบรมศพ วันแรก สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช
เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า
โปรดกระหม่อมให้ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
นายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา เฝ้าทูลละอองพระบาท นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติ
แห่งชาติ กราบบังคมทูลในนามพสกนิกร อัญเชิญให้ทรงรับสิริราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์สืบราชสมบัติตามกฎ
มณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงรับค�าอัญเชิญขึ้นเถลิงถวัลยราช
สมบัติ ทั้งพระราชทานกระแสพระราชด�าริว่า ในระหว่างที่ประชาชนยังมิได้ถวายพระปรมาภิไธย เนื่องในการพระราช
พิธีบรมราชาภิเษก อันจะพึงมีต่อไปตามพระราชประเพณี เป็นการสมควรที่จะเฉลิมพระปรมาภิไธย เป็นการชั่วคราว
เพื่อความสะดวกในการเรียกขานพระนามว่า “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร”
หลังจากนั้น สภานิติบัญญัติแห่งชาติและส�านักนายกรัฐมนตรี ได้มีประกาศให้ประชาชนทราบถึงสมเด็จ
พระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงรับการอัญเชิญขึ้นทรงราชย์สืบราชสันตติวงศ์
เป็นพระมหากษัตริย์ และเฉลิมพระปรมาภิไธยว่า “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร”
โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๓ ตอนที่ ๑๐๒ ก วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๙ ทั้งสองฉบับ และประกาศทาง
โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ตลอดจนสื่อมวลชนต่าง ๆ ดังนี้

