Page 327 - จดหมายเหตุงานพระบรมศพ
P. 327

พระราชพิธีทรงบำาเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพ  325





            ด้วยปัญญา ว่า สุโข ปญฺญาปฏิลาโภ ความได้ปัญญา ให้เกิดสุข และว่า พหูน� วต อตฺถาย สปญฺโญ ฆรมาวส� ผู้ทรงปัญญาได้ปกครอง
            บ้านเมือง ย่อมน�าประโยชน์สุขมาให้แก่ชนหมู่มากได้ ดังนี้ ฉะนั้น บุคคลจึงควรอบรมปัญญา สั่งสมปัญญา ให้เกิดขึ้นมีขึ้นในตนจนเป็น
            ปัญญาพลัง และสามารถน�ามาใช้ให้ส�าเร็จประโยชน์ได้ทุกประการ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงพระคุณ
            อันประเสริฐด้วยปัญญา ทรงใช้ปัญญาขับเคลื่อนพัฒนาภูมิแผ่นดิน คือประเทศชาติและประชาชน ให้เจริญรุ่งเรืองอยู่เย็นเป็นสุขทุกทิพา
            ราตรีกาล แม้ว่าจะมีปัญหาอุปสรรคเกิดขึ้นในระหว่างบ้าง ก็ทรงสามารถแก้ไข หาทางออก ขจัดปัดเป่าให้หมดสิ้นไปได้ทุกครั้งทุกครา
            ด้วยพระปัญญาบารมี ปัญญานี้จึงเป็นภูมิพลังประการที่ ๕
                    รวมความว่า เมื่อพลธรรมทั้ง ๕ ประการนี้ มีศรัทธาความเชื่อมั่น วิริยะความพากเพียรพยายาม สติความระลึกได้ สมาธิ
            ความมีจิตใจหนักแน่นมั่นคง และปัญญาความรอบรู้ รู้แจ้งรู้จริง รวมกันเข้าเป็นธรรมสมังคี จึงมีพลังอ�านาจ สามารถขจัดปัดเป่าข้อด้อยข้อเสีย
            โทษต่าง ๆ มีความงมงายกระด้างถือตัว หงุดหงิดฉุนเฉียว เกียจคร้านท้อแท้อ่อนแอ ประมาทลุ่มหลงมัวเมา ฟุ้งซ่านร�าคาญ โง่เขลา
            เบาปัญญา เป็นต้น ให้หมดสิ้นไปจากจิตใจ และมีอิทธิฤทธิ์เพิ่มพูนพลังทางจิตใจของบุคคล ให้มีความเชื่อมั่นที่ถูกต้อง มีความเพียรพยายาม
            เข้มแข็งเด็ดเดี่ยว มุ่งมั่นแน่วแน่ มีสติระลึกรู้จักระงับยับยั้งความคิดได้ มีจิตใจหนักแน่นมั่นคง ไม่หวั่นไหวไปตามอารมณ์ที่มากระทบ
            ได้เป็นอย่างดี และมีปรีชาชาญเฉลียวฉลาด จนสามารถประกอบสรรพกรณียกิจต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์ตนและประโยชน์ส่วนรวม
            ตลอดถึงประโยชน์ประเทศชาติบ้านเมืองให้ส�าเร็จ มีความเจริญรุ่งเรือง อยู่เย็นเป็นสุขทุกทิพาราตรีกาล
                    พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมธรรมิกมหาราชาธิราชเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐพระองค์นั้น
            ทรงประกอบด้วยพลธรรม ทรงด�ารงมั่นอยู่ในพลธรรม ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจโดยพลธรรมทั้ง ๕ โดยสม�่าเสมอตลอดระยะเวลา ๗๐ ปี
            พระบรมราชจริยานี้ ก่อให้เกิดประโยชน์สุขอย่างยิ่งใหญ่ไพศาล ทรงบันดาลความเจริญรุ่งเรืองและความสงบร่มเย็นเป็นสุขให้เกิดมีขึ้น
            แก่ภูมิแผ่นดินคือประเทศชาติบ้านเมืองไทยและพสกนิกรชาวสยาม สมตามพระบรมนามาภิไธยว่า ภูมิพล พระผู้ทรงเป็นก�าลังของ
            แผ่นดิน ดังได้รับพระราชทานถวายวิสัชนามาด้วยประการฉะนี้

                    อิมินา กตปุญฺเญน ด้วยอ�านาจพระราชกุศลบุญราศีทักษิณานุปทานกิจ ที่สมเด็จบรมบพิตร สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ
            สยามมกุฎราชกุมาร ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ได้ทรงบ�าเพ็ญให้ตั้งอยู่ดีแล้วในพระสงฆ์ ทรงพระราชอุทิศถวายทั้งนั้น จงสัมฤทธิ์เป็น
            อิฏฐมนุญวิบูลยผล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ สมตามพระราชปณิธานประสงค์
            โดยฐานะจงทุกประการ
                    ในอวสานแห่งพระธรรมเทศนานี้ พระมหาเปรียญธรรมทั้ง ๔ จักรับพระราชทานสวดคาถาธรรมบรรยาย โดยสรภัญญวิธี
            เพื่อเพิ่มพูนกุศลบุญราศี ส่วนธรรมสวนมัยให้วิจิตรไพบูลย์ยิ่งขึ้นไป
                    รับพระราชทานถวายวิสัชนา ในภูมิพลธรรมกถา พรรณนาธรรมอันเป็นก�าลังของแผ่นดิน อันน�าให้เกิดความสุขสงบร่มเย็น
            ความเจริญรุ่งเรือง อันสมเนื่องด้วยพระราชสมัญญาว่า ภูมิพล ยุติลงด้วยประการฉะนี้



                                                                           ขอถวายพระพร




                             สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
                                  ขึ้นทรงราชย์สืบราชสันตติวงศ์เป็นพระมหากษัตริย์



                    หลังจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สวรรคต เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ ๑๓
            ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ เวลา ๑๕ นาฬิกา ๕๒ นาที เมื่อราชบัลลังก์ว่างลงจ�าเป็นต้องด�าเนินการสืบราชสมบัติ

            ต่อไปตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
                    โดยที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มีประกาศพระบรมราชโองการและ

            ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้งการพระราชพิธีสถาปนาเฉลิมพระนามาภิไธยสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ
            เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ เป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร พระรัชทายาท
            ตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พระพุทธศักราช ๒๔๖๗ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
   322   323   324   325   326   327   328   329   330   331   332